ยอดขาย BYD ทรุด 5 เดือนติด เหตุแข่งขันจีนเดือด-ตลาดโลกผันผวน

บีวายดี (BYD) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน รายงานยอดขายลดลง 30.1% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี นับเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดจีน และความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก

ข้อมูลในเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันอาทิตย์ (1 ก.พ.) ระบุว่า ยอดขายรวมเดือนม.ค. แตะ 210,051 คัน ขณะที่ยอดส่งออกรถพลังงานใหม่ (NEV) อยู่ที่ 100,482 คัน ส่วนการผลิตปรับลดลง 29.1% ต่อเนื่องจากแนวโน้มขาลงที่เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่ผ่านมา

สำหรับกลยุทธ์ในตลาดจีน BYD เปิดตัวรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รุ่นอัปเกรดหลายรุ่น โดยเพิ่มระยะทางการขับขี่ของแบตเตอรี่ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในกลุ่มรถไฮบริดระดับราคาจับต้องได้ อย่างไรก็ตาม ยอดขายรถ PHEV ซึ่งคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายรวม ลดลง 28.5% ในเดือนม.ค. ต่อเนื่องจากการหดตัว 7.9% ตลอดปี 2568

ก่อนหน้านี้ BYD เผยว่า บริษัทตั้งเป้าส่งออกรถยนต์ไปต่างประเทศจำนวน 1.3 ล้านคันในปีนี้ เพิ่มขึ้นราว 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่ฝ่ายบริหารเคยประเมินไว้สูงสุด 1.6 ล้านคันในการหารือกับซิตี้ (Citi) เมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา โดยบริษัทไม่ได้ชี้แจงเหตุผลของการปรับลดเป้าหมายดังกล่าว

ขณะเดียวกัน โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ของ BYD ในฮังการีคาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตภายในปีนี้ เสริมฐานการผลิตที่มีอยู่แล้วในบราซิลและไทย และมีแผนตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในอินโดนีเซียและตุรกี

ทั้งนี้ การเติบโตของยอดขายในต่างประเทศถึง 150.7% เมื่อปีที่แล้ว มีส่วนช่วยให้ BYD แซงเทสลา (Tesla) ขึ้นแท่นผู้จำหน่ายรถ EV รายใหญ่ที่สุดของโลก แม้จะต้องเผชิญแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในตลาดจีน โดยเฉพาะจากคู่แข่งอย่าง จี๋ลี่ (Geely) และ ลีปมอเตอร์ (Leapmotor) ในกลุ่มตลาดรถยนต์ราคาประหยัด

สำหรับปีที่ผ่านมา BYD ทำยอดขายทั่วโลกได้ 4.6 ล้านคัน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ปรับลดลงแล้วได้อย่างหวุดหวิด ขณะที่บริษัทยังไม่ได้ประกาศเป้าหมายยอดขายสำหรับปี 2569

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ก.พ. 69)