บลจ.ทิสโก้ กางแผนปั๊ม AUM แตะ 5 แสนล้านใน 3 ปี ชู 3 ธีมเด่น AI-Health-Defensive รับมือตลาดผันผวน

บลจ.ทิสโก้ ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์รวมภายใต้การจัดการ (AUM) ในปี 69 เป็น 4.7 แสนล้านบาท จากปีก่อน 4.5 แสนล้านบาท หรือเติบโตราว 10.15% จากนั้นภายใน 3 ปี (69-71) จะเพิ่มขึ้นไปแตะ 5 แสนล้านบาท โดยธุรกิจบริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ยังเป็นธุรกิจหลักที่คาดว่าจะจะเติบโต 5-6% ตามภาพรวมอุตสาหกรรม ส่วนธุรกิจบริการจัดการกองทุนรวม (Mutual Fund) ในปีนี้จะเติบโตเป็น 7.1-7.2 หมื่นล้านบาท คาดว่าอีก 3 ปีจะทะลุ 1 แสนล้านบาท จากปี 68 อยู่ที่ 6.84 หมื่นล้านบาท เติบโต 17.98% จากปีก่อนหน้า

ปีที่ผ่านมา บลจ.ทิสโก้ ออกกองทุนใหม่ 9 กองทุน มูลค่าสินทรัพย์รวม 6,759 ล้านบาท และแม้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงสวนทางตลาดหุ้นโลก แต่ บลจ.ทิสโก้ ยังสามารถเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในตลาดหุ้นไทยผ่านกองทุนเปิดทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนทด์ หุ้นทุน ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (TISCOHD-A) ที่ลงทุนหุ้นไทย สามารถจ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง โดยสิ้นปี 68 ให้ผลตอบแทน 1 ปี เท่ากับ 14.89% เติบโตกว่าอุตสาหกรรมเกือบ 2 เท่า

นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ในปี 69 ยังคงมุ่งเน้นการเติบโต โดยธุรกิจกองทุนรวมจะขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางตัวแทนผู้สนับสนุนการขายและช่องทางออนไลน์ ด้วยการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งมองหาโอกาสออกผลิตภัณฑ์กองทุนใหม่ ๆ รวมถึงการนำเสนอกองทุนที่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น กองทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่ กองทุนที่ตอบโจทย์ยุคดอกเบี้ยต่ำ และกองทุนที่เน้นลงทุนในธีมเด่นในกระแสโลก เช่น กองทุนลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI (AI Revolution) กองทุนที่ลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับความปลอดภัยของโลก (Global Defense Tech) และกองทุนที่สร้างความยืดหยุ่นให้พอร์ตการลงทุน (Resilience)

นอกจากนี้ บลจ.ทิสโก้ ยังจะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในช่วงที่ตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศมีความผันผวนหรือปรับตัวลดลง ผ่านการออกกองทุนทริกเกอร์ทั้งหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ รวมถึงกองทุนทริกเกอร์ในรูปแบบธีมฟันด์ โดยเชื่อมั่นว่าจะเป็นกลุ่มกองทุนที่ช่วยจับจังหวะสร้างผลตอบแทนระยะสั้นให้แก่นักลงทุนได้เป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากในปี 2568 ที่ผ่านมา บลจ. ทิสโก้เปิดเสนอขายกองทุนทริกเกอร์ทั้งหมด 4 กองทุน สามารถบริหารได้ถึงเป้าหมายทั้งหมด โดยถึงเป้าหมายในระยะเวลาได้ 3 กองทุน ถึงเป้าหมายเร็วที่สุดคือภายใน 25 วัน

ทั้งนี้ ณ วันที่ 28 ม.ค.69 บลจ. ทิสโก้ ออกกองทุนทริกเกอร์ฟันด์มาแล้วทั้งหมด 156 กองทุน เป็นกองทุนที่ถึงเป้าหมายในระยะเวลา 92 กองทุน คิดเป็น 60% และถึงเป้าหมายนอกระยะเวลาลงทุน 34 กองทุน คิดเป็น 20% ส่วนกองทุนที่ยังไม่ถึงเป้าหมายและเกินกว่ากำหนดเวลาลงทุน 10 กองทุน และกองทุนไม่ถึงเป้าหมายและเลิกกองทุนแล้ว 20 กองทุน

3 ธีมลงทุนแรงสุดปี 69

นายสุพงศ์วร เมี้ยนโภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ มองว่า ภาพรวมการลงทุนปี 69 แนวโน้มยังให้ผลตอบแทนที่ดีเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกผ่อนคลายลง กำไรบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ AI เศรษฐกิจทั่วโลกยังขยายตัวได้ดี และสหรัฐเริ่มผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในการดำเนินธุรกิจ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากภาษีการค้าและความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และมูลค่าหุ้น (Valuation) หลายตลาดอยู่ในระดับสูง

บลจ. ทิสโก้มองว่า มุมมองการลงทุนในปี 69 จะมี 3 ธีมลงทุนที่เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี คือ

1. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และระบบอัตโนมัติ เพราะเริ่มเห็นการนำไปใช้จริงในองค์กรทุกขนาด เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการให้บริการ

2. ธุรกิจเฮลธ์แคร์และเวลเนส จากสังคมสูงอายุและพฤติกรรมใส่ใจสุขภาพ ทำให้ความต้องการด้านการแพทย์ และผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพเติบโตต่อเนื่อง อีกทั้งผลประกอบการกลุ่มนี้มักไม่ผันผวนไปตามภาวะเศรษฐกิจ

3. กลุ่ม Defensive เช่น ทองคำ และหุ้นปันผลสูง เป็นกลุ่มที่คาดว่าจะช่วยลดความผันผวนให้พอร์ตและเป็นกันชนเมื่อเกิดความไม่แน่นอน ในช่วงที่มีความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ ดอกเบี้ย และภูมิรัฐศาสตร์

พร้อมแนะนำจัดทัพลงทุนในปี 69 แบ่งเป็นหุ้นคุณภาพ/หุ้นปันผลสูง สัดส่วน 40% ตราสารหนี้คุณภาพสูง 40% ทองคำ 10% สินทรัพย์สภาพคล่อง 10% เพื่อรองรับความไม่แน่นอน

หุ้นไทยปี 69 คาดผลตอบแทนกลับมาเป็นบวก

ส่วนตลาดหุ้นไทยในปี 69 นายสุพงศ์วร คาดว่าดัชนี SET จะปิดสิ้นปีที่ 1,350 จุด ระดับ P/E ที่ 16 เท่า และ EPS ที่ 86.7 เท่า แม้มูลค่าหุ้นจะอยู่ในระดับที่ไม่สูง แต่ Upside ค่อนข้างจำกัด จึงแนะนำให้เน้นเลือกลงทุนหุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผลสูงเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว โดยมองราย Sector แนะนำ กลุ่มแบงก์ กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่ม Commerce และ กลุ่ม Healthcare

ปีที่ผ่านมา หุ้นไทยให้ผลตอบแทนติดลบ 10% สวนทางหุ้นโลกที่ให้ผลตอบแทน +26% อย่างไรก็ดี มองว่าปี 69 หุ้นไทยไม่ได้แย่ แรงขายเริ่มน้อยลง และเชื่อว่าจะได้แรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ จึงมองว่าผลตอบแทนหุ้นไทยปีนี้น่าจะโต High single digit หรือ Double digit ได้ ซึ่งได้รวมอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลไว้ด้วยที่เฉลี่ย 4%

“ปีนี้มองหุ้นไทยไม่ได้แย่ เรงขายเยอะๆเริ่มน้อยลง เชื่อว่าแรงซื้อจากต่างชาติ นักลงทุนไทยกลับมา”

นายสาห์รัช กล่าวเสริมว่า แม้ว่าหุ้นไทยจะมี upside ไม่มาก แต่ downside ก็ไม่มาก มองแนวรับอยุ่ที่ 1,260-1,280 จุด ซึ่งหากตลาดหุ้นไทยมีการปรับฐานก็เป็นโอกาสที่ บลจ.ทิสโก้ จะออกกองทุน trigger ขณะที่เม็ดเงินกองทุน LTF ยังคงค้างราว 1 แสนล้านบาท คาดว่าจะมีแรงขายหลักหมื่นล้านบาท ส่วนยอดขายนักลงทุนสถาบันในช่วงเดือน ม.ค.69 มองว่าส่วนหนึ่งมาจากการขายกอง LTF ปรับพอร์ตที่โยกออกจากหุ้นไทยไปตลาดหุ้นต่างประเทศ

ปี 69 ธุรกิจ PVD โต 5-6%

นางแขขวัญ โรจน์วัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ภายใต้การบริหารของ บลจ. ทิสโก้ สร้างประวัติการณ์ใหม่ โดยมีมูลค่า AUM สูงกว่า 3.28 แสนล้านบาท เติบโต 14.22% จากสิ้นปีก่อน และเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่โต 5.82% คาดว่าปี 69 AUM ของ PVD จะเติบโต 5-6% ตามภาพรวมอุตสาหกรรม มาที่ 3.4 แสนล้านบาท

ขณะนี้ส่วนธุรกิจ PVD ของ บลจ.ทิสโก้ มีจำนวนบริษัทนายจ้างกว่า 5,900 บริษัท และมีจำนวนสมาชิกกว่า 628,000 ราย รักษาแชมป์ส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรม PVD ทั้งในมุม AUM สูงสุด รวมทั้งจำนวนนายจ้างและจำนวนสมาชิกมากที่สุด

สำหรับในปี 69 บลจ.ทิสโก้ ยังคงพัฒนาคุณภาพการให้บริการ โดยเฉพาะการวางแผนการเงินตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงเป้าหมาย ‘ Smart Retirement สุขทุกวันยันเกษียณ ’ โดยจะนำเสนอสิทธิพิเศษเพื่อการวางแผนการเงินที่ครบวงจรและตรงตามความต้องการของสมาชิกแต่ละราย พร้อมทั้งพัฒนาระบบวางแผนการเงินเฉพาะบุคคลซึ่งจะสรุปให้สมาชิกแต่ละรายเห็นว่าเงิน PVD ที่มีอยู่ในปัจจุบันเพียงพอต่อการใช้ชีวิตหลังเกษียณตามเป้าหมายหรือไม่ ซึ่งระบบจะแนะนำว่าควรต้องเพิ่มการออม ปรับแผนการลงทุน หรือเพิ่มความคุ้มครองความเสี่ยงอย่างไรจึงจะเพียงพอ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ก.พ. 69)