น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $1.93 คาดเจรจาอิหร่าน-สหรัฐฯ ล้มเหลว

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันพุธ (4 ก.พ.) หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าแผนการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านในวันศุกร์นี้อาจล้มเหลว นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว

  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.93 ดอลลาร์ หรือ 3.05% ปิดที่ 65.14 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 2.13 ดอลลาร์ หรือ 3.16% ปิดที่ 69.46 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า ทางการสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธคำขอของอิหร่านในการขอเปลี่ยนแปลงสถานที่เจรจาซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.นี้ ซึ่งส่งสัญญาณว่าการเจรจาในวันศุกร์นี้อาจล้มเหลว

ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่และรูปแบบของการเจรจากับสหรัฐฯ ที่มีกำหนดในวันศุกร์นี้ โดยอิหร่านต้องการย้ายสถานที่เจรจาจากนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ไปยังโอมาน และต้องการให้การเจรจาจัดขึ้นในรูปทวิภาคีเฉพาะกับสหรัฐฯ เท่านั้น แทนการมีชาติอาหรับและมุสลิมหลายประเทศเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ นอกจากนี้ อิหร่านต้องการจำกัดขอบเขตการเจรจาให้มุ่งเน้นเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์เท่านั้น

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่า เรือรบสหรัฐฯ กำลังมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน และหากสหรัฐฯ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน ก็มีแนวโน้มว่า “สิ่งเลวร้าย” อาจเกิดขึ้น โดยปธน.ทรัมป์ได้ตั้งเงื่อนไข 3 ประการสำหรับการเจรจากับอิหร่าน ได้แก่ อิหร่านต้องยุติการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมโดยสิ้นเชิง, อิหร่านต้องจำกัดโครงการขีปนาวุธพิสัยไกล และยุติการสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรในภูมิภาค

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เครื่องบินขับไล่ F-35C ของกองทัพสหรัฐฯ ได้ยิงทำลายโดรนของอิหร่าน หลังจากโดรนลำดังกล่าวได้บินเข้าใกล้เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ในทะเลอาหรับ โดยอ้างว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตนเอง เนื่องจากโดรนได้บินเข้าใกล้เรือบรรทุกเครื่องบินด้วย “เจตนาที่ไม่ชัดเจน”

สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งตั้งอยู่ระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมานได้ถูกจับตาอีกครั้ง หลังจากแหล่งข่าวจากบริษัทที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยระบุว่า กลุ่มเรือติดอาวุธของอิหร่านได้แล่นเข้าใกล้เรือบรรทุกน้ำมันติดธงสหรัฐฯ ทางตอนเหนือของโอมาน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์จาก ICIS กล่าวว่า หากสถานการณ์ตึงเครียดนำไปสู่การทำสงครามในอิหร่าน ก็อาจทำให้อุปทานน้ำมันของอิหร่านในปริมาณ 3.4 ล้านบาร์เรล/วันต้องตกอยุ่ในความเสี่ยง แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการที่อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดที่น้ำมันทั่วโลกราว 20% ต้องขนส่งผ่าน

ทั้งนี้ สมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย, อิหร่าน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, คูเวต และอิรัก ต่างก็ส่งออกน้ำมันดิบส่วนใหญ่ผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีจุดหมายหลักอยู่ที่เอเชีย

ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุน หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 3.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 2 ล้านบาร์เรล

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 ก.พ. 69)