
ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี (5 ก.พ.) หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายในระยะถัดไป ขณะที่นักลงทุนประเมินผลประกอบการที่ออกมาคละเคล้าจากหลายบริษัท รวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Shell และ BNP Paribas
- ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 611.65 จุด ลดลง 6.47 จุด หรือ -1.05%
- ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,238.17 จุด ลดลง 23.99 จุด หรือ -0.29%
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,491.06 จุด ลดลง 111.98 จุด หรือ -0.46% และ
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,309.22 จุด ลดลง 93.12 จุด หรือ -0.90%
- ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวลงแรงที่สุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ หลังลดลงจากระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ
ECB คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 2% ตามที่ตลาดคาดไว้ และตอกย้ำมุมมองของตลาดว่านโยบายการเงินมีแนวโน้มทรงตัวต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดย คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ระบุว่า เงินเฟ้ออยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว
อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อพื้นฐานในสหภาพยุโรป (EU) ชะลอตัวลงเร็วกว่าที่คาด โดยได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากการแข็งค่าของเงินยูโร
หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยลดลง 0.8% และหุ้นกลุ่มก่อสร้างลดลง 0.4%
หุ้น Novo Nordisk ร่วงลง 7.9% หลังมีรายงานว่าบริษัท Hims and Hers Health เตรียมเปิดตัวเวอร์ชันเลียนแบบยาลดน้ำหนัก Wegovy ของ Novo Nordisk ในราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 49 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน
กลุ่มธนาคารและทรัพยากรธรรมชาติประกาศผลประกอบการ ขณะที่นักลงทุนตรวจสอบตัวเลขกำไรเพื่อประเมินบรรยากาศการลงทุน ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคลุมเครือ
หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลง 3.5% และเป็นปัจจัยถ่วงดัชนีหลักมากที่สุด
หุ้น BBVA ร่วงลง 8.8% และกดดันดัชนีตลาดหุ้นสเปน หลังต้นทุนที่สูงกว่าคาดบดบังผลกำไรสุทธิรายไตรมาสที่เพิ่มขึ้นของธนาคาร
ในทางตรงกันข้าม หุ้น BNP Paribas ปรับขึ้น 1.2% หลังธนาคารรายใหญ่ที่สุดในยูโรโซนเมื่อวัดตามสินทรัพย์ รายงานกำไรไตรมาส 4 สูงกว่าที่ตลาดคาด
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ลดลง 3.4% โดยหุ้น Aurubis ลดลง 2.9% หลังผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ที่สุดของยุโรปรายงานกำไรจากการดำเนินงานหลักรายไตรมาสต่ำกว่าประมาณการ
ด้านหุ้น Glencore ร่วงลง 7% และหุ้น Rio Tinto ที่จดทะเบียนในตลาดลอนดอนร่วง 2.6% หลัง Rio Tinto ระบุว่าไม่ได้เจรจากับ Glencore เกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการอีกต่อไป
หุ้นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของอังกฤษอย่าง Shell ลดลง 3.4% หลังผลกำไรสุทธิไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่ตลาดคาด
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 0.9% โดยฟื้นตัวจากแรงกดดันก่อนหน้านี้ที่เกิดจากการอัปเดตล่าสุดของ Anthropic AI ซึ่งส่งผลลบต่อหุ้นซอฟต์แวร์ ขณะที่ Alphabet รายงานผลประกอบการออกมาแข็งแกร่ง และคาดการณ์การใช้จ่ายด้านเงินลงทุนในปีพ.ศ. 2569 จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอย่าง Rheinmetall ร่วงลง 6.5% หลังมีสัญญาณว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มผ่อนคลายลง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ก.พ. 69)





