
ฮิมส์ แอนด์ เฮอร์ส เฮลท์ (Hims and Hers Health) บริษัทเทเลเฮลธ์รายใหญ่ เปิดตัวยาลดน้ำหนัก GLP-1 ชนิดเม็ดแบบยาเตรียมผสม (Compounded) เมื่อวันพฤหัสบดี (5 ก.พ.) เลียนแบบยา Wegovy ของโนโว นอร์ดิสค์ (Novo Nordisk) ในราคาที่ต่ำเพียง 49 ดอลลาร์ ท้าชนยักษ์ใหญ่โนโว กับ อีไล ลิลลี่ (Eli Lilly) โดยหวังครองใจคนอ้วนในสหรัฐฯ กว่า 200 ล้านคน ขณะที่ซีอีโอโนโวฟาดกลับ “เสียเงินเปล่า” พร้อมเตรียมดำเนินคดีโดยอ้างว่าการผลิตยาเตรียมผสมในปริมาณมากเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
หลังการเผยแพร่ข่าว นักลงทุนในวอลล์สตรีทต่างพากันเทขายหุ้นของโนโวและลิลลี่ทันที ส่งผลให้หุ้นโนโวร่วงถึง 8.6% ขณะที่หุ้นลิลลี่ร่วง 6%
ฮิมส์เปิดเกมรุก โดยตั้งราคาเดือนแรกไว้เพียง 49 ดอลลาร์ และ 99 ดอลลาร์ในเดือนถัดไปสำหรับผู้ที่ซื้อแพ็กเกจ 5 เดือน ซึ่งฮิมส์ระบุว่า ราคานี้ทำให้ยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 มีราคาพอ ๆ กับค่าเน็ตหรือค่าสตรีมมิงรายเดือนในสหรัฐฯ ถือเป็นใบเบิกทางให้ชาวอเมริกันกว่า 200 ล้านคนที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวเข้าถึงยาได้ง่ายขึ้น
ราคานี้ถือว่าถูกกว่ายาของโนโวถึง 100 ดอลลาร์ โดยโนโวเพิ่งเปิดตัวยาชนิดเม็ดไปเมื่อเดือนม.ค. ในราคา 149 ดอลลาร์สำหรับสมาชิกใหม่ และ 199 ดอลลาร์ในเดือนถัดไป ส่วนทางด้านอีไล ลิลลี่ ที่มีกำหนดเปิดตัวยาในเดือนเม.ย. นี้ ก็กำลังถูกกดดันอย่างหนักหลังจากไปรับปากกับรัฐบาลสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจะทำราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ รวมถึงสัญญาเรื่องราคายาบนเว็บไซต์ใหม่ “TrumpRx” ด้วย
ความเคลื่อนไหวของฮิมส์เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โนโวกำลังย่ำแย่ โดยบริษัทผู้ผลิตยาจากเดนมาร์กรายนี้เพิ่งออกมาเตือนเมื่อวันพุธ (4 ก.พ.) ว่ากำลังเผชิญแรงกดดันด้านราคาอย่างหนักแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน จนต้องปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปีลง และส่งผลให้หุ้นโนโวร่วงลงสู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2564
ไมก์ ดูสต์ดาร์ ซีอีโอของโนโว นอร์ดิสค์ ออกมาฟาดกลางที่ประชุมนักลงทุนว่า “ใครที่จ่าย 49 ดอลลาร์ให้ฮิมส์ก็เหมือนเอาเงินไปทิ้ง” พร้อมกล่าวว่า ยาเม็ดของโนโวใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมยาได้จริง ขณะที่โฆษกของโนโวตราหน้าการผลิตยาเตรียมผสมแบบอุตสาหกรรมของฮิมส์ว่า “ผิดกฎหมาย” และยืนยันว่าโนโวจะเดินหน้าดำเนินคดีเพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาและมาตรฐานอันเข้มงวดของระบบรับรองยาในสหรัฐฯ
ทางด้านโฆษกของฮิมส์สวนกลับว่า ยาของบริษัทไม่ได้ลดมาตรฐานความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพ และมีการใช้เทคโนโลยี “ไลโปโซม” (liposomes) เพื่อช่วยในการดูดซึมยาเช่นกัน
นักวิเคราะห์ยังกังขาว่ายาเตรียมผสมราคาถูกจะได้ผลเหมือนยาต้นฉบับหรือไม่ แต่ยอมรับว่านี่คือชนวนเหตุของสงครามราคาครั้งใหญ่ หากผู้ผลิตยาเตรียมผสมสามารถผลิตยาเม็ดออกมาได้ในปริมาณมาก ซึ่งฮิมส์เองก็มีข้อพิพาทกับโนโวมาตั้งแต่ปี 2566 หลังได้รับอนุญาตจากอย. สหรัฐฯ (FDA) ให้จำหน่ายยาปรุงได้ในช่วงที่ยาขาดแคลน และฮิมส์ก็ได้ผลิต “ยาเลียนแบบ” ที่อ้างว่าเป็นสูตรเฉพาะบุคคลมาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม ยาเหล่านี้ไม่ได้รับการรับรองจาก FDA และไม่มีการทดลองทางคลินิกมายืนยันผล ต่างจากยา Wegovy ของโนโวที่มีผลการทดลองทางคลินิกยืนยันว่าช่วยลดน้ำหนักได้จริงกว่า 16%
แอนดรูว์ ดูดัม ซีอีโอของฮิมส์แถลงว่า การรักษาของเขาสามารถปรับแต่งให้เหมาะกับคนไข้แต่ละรายเพื่อลดผลข้างเคียง และเป็นทางเลือกให้คนที่ไม่ชอบการฉีดยา โดยยังคงมีเซมากลูไทด์ (Semaglutide) เป็นส่วนประกอบหลักเหมือนยาชื่อดังอย่าง Ozempic และ Wegovy พร้อมย้ำว่า “การมีทางเลือกที่หลากหลายบนแพลตฟอร์มคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า”
ก่อนหน้านี้ในเดือนก.ย. FDA เคยส่งจดหมายเตือนฮิมส์ไปแล้วครั้งหนึ่งว่า การโฆษณาว่ายาของฮิมส์มีตัวยาเดียวกับ Ozempic และ Wegovy นั้น เป็นการ “ทำให้เข้าใจผิด”
นอกจากศึกกับโนโวแล้ว ยักษ์ใหญ่จากเมืองอินเดียแนโพลิสอย่างอีไล ลิลลี่ ก็กำลังจะส่งยาเม็ดลงสนามในไตรมาส 2 นี้ ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่า ยาของลิลลี่อาจกลายเป็นเป้าหมายรายต่อไปที่กลุ่มผู้ปรุงยาจะหยิบมาก๊อปปี้สูตรเพื่อทำยาราคาประหยัดออกมาแข่ง ในวันที่ชาวอเมริกันกำลังโหยหายาราคาถูกท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพสูง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ก.พ. 69)





