
CME Group ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศปรับขึ้นวงเงินหลักประกัน (Margin) สำหรับสัญญาทองฟิวเจอร์และโลหะเงินฟิวเจอร์อีกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนที่รุนแรงในตลาดโลหะมีค่า
CME ระบุในวันพฤหัสบดี (5 ก.พ.) ว่า ได้ปรับเพิ่มอัตราหลักประกันเริ่มต้น (Initial Margin) และอัตราหลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin) สำหรับสัญญา COMEX 100 Gold Futures ขึ้นเป็น 9% จากเดิม 8% สำหรับบัญชีที่มีโปรไฟล์ความเสี่ยงปกติ (Non-HRP)
ส่วนอัตราหลักประกันเริ่มต้นและหลักประกันรักษาสภาพสำหรับสัญญา COMEX 5000 Silver Futures มีการปรับขึ้นสู่ระดับ 18% จากเดิม 15%
ทั้งนี้ อัตราดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้หลังจากปิดตลาดในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ. นี้
นับตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้ดำเนินการตลาดอนุพันธ์สหรัฐฯ รายนี้ได้เริ่มกำหนดอัตราหลักประกันสำหรับทองคำ, เงิน, พลาตินัม และพัลลาเดียม โดยคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสัญญา ซึ่งต่างจากเดิมที่เคยกำหนดเป็นจำนวนเงินดอลลาร์ที่แน่นอน
นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณมาร์จิ้นดังกล่าว CME ได้ปรับขึ้นอัตราหลักประกันไปแล้วถึง 3 ครั้ง ได้แก่ วันที่ 30 ม.ค., 2 ก.พ. และล่าสุดในครั้งนี้
ตลาดโลหะมีค่าเผชิญกับความผันผวนอย่างหนักในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยราคาทองคำและโลหะเงินร่วงลงหนักสุดในรอบหลายทศวรรษเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (30 ม.ค.) หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงต้นสัปดาห์เดียวกัน
ล่าสุด ราคาทองคำสปอตปรับตัวขึ้น 2.6% แตะระดับ 4,894.99 ดอลลาร์/ออนซ์ เมื่อเวลา 13.01 น. ตามเวลาไทย หลังจากร่วงลงแตะระดับต่ำสุดของวันที่ 4,654.29 ดอลลาร์ในช่วงเช้า ขณะที่ราคาโลหะเงินพุ่งขึ้น 5.5% แตะที่ 75.15 ดอลลาร์ หลังจากร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 เดือนที่ 63.99 ดอลลาร์ก่อนหน้านี้
ส่วนราคาทองฟิวเจอร์ตลาดสหรัฐฯ ส่งมอบเดือนเม.ย. ปรับตัวขึ้น 0.4% สู่ระดับ 4,905.8 ดอลลาร์/ออนซ์ และราคาโลหะเงินฟิวเจอร์ร่วงลง 3% สู่ระดับ 74.46 ดอลลาร์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ก.พ. 69)





