ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 1,206.95 จุด ทะลุ 50,000 จุดครั้งแรก หุ้นชิปนำตลาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งทะลุระดับสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์เหนือ 50,000 จุดในวันศุกร์ (6 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดทะยานขึ้น หลังหุ้น Nvidia และหุ้นบริษัทผลิตชิปอื่น ๆ พุ่งขึ้น แต่หุ้น Amazon ร่วงลงภายหลังบริษัทที่ดำเนินธุรกิจคลาวด์รายใหญ่แห่งนี้คาดการณ์ว่า การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,115.67 จุด เพิ่มขึ้น 1,206.95 จุด หรือ +2.47%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,932.30 จุด เพิ่มขึ้น 133.90 จุด หรือ +1.97% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,031.21 จุด เพิ่มขึ้น 490.63 จุด หรือ +2.18%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 2.5% ขณะที่ S&P500 ลดลง 0.1% และ Nasdaq ร่วงลง 1.9%

หุ้น Amazon ร่วงลง 5.6% สวนทางตลาด หลังบริษัทระบุว่ามีแผนเพิ่มรายจ่ายด้านการลงทุนในปีนี้มากกว่า 50% ซึ่งยิ่งเร่งการแข่งขันเพื่อครองความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี AI และเกิดขึ้นหลังจาก Alphabet เพิ่งประกาศในทิศทางเดียวกันเมื่อวันพุธ

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มชิปปรับตัวขึ้นจากความคาดหวังว่าจะได้ประโยชน์จากการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในศูนย์ข้อมูล AI ของ Amazon และ Alphabet

หุ้น Nvidia ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในโลก พุ่งขึ้น 7.8% ขณะที่หุ้น Advanced Micro Devices พุ่งขึ้น 8.3% และหุ้น Broadcom ทะยานขึ้น 7.1% ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปิดบวก 5.7%

หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และบริการข้อมูลฟื้นตัวจากการปรับตัวลงก่อนหน้า โดยหุ้น CrowdStrike และหุ้น Palantir พุ่งขึ้นมากกว่า 4% ขณะที่ดัชนี S&P500 กลุ่มซอฟต์แวร์และบริการ เพิ่มขึ้น 2.4% และยุติการปรับตัวลงติดต่อกัน 7 วัน แม้ยังเผชิญการปรับตัวลงรายสัปดาห์ราว 8% ซึ่งเป็นผลงานรายสัปดาห์ที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2563

ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของดัชนี S&P500 นั้น มี 9 กลุ่มที่ปรับตัวขึ้น นำโดยกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศที่พุ่งขึ้น 4.1% ตามด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น 2.84%

ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานของ S&P500 ทำสถิติสูงสุดใหม่ เช่นเดียวกับกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น

ดัชนีความผันผวน (CBOE volatility index) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความวิตกของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 วัน

ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า บริษัทในดัชนี S&P500 มากกว่าครึ่งหนึ่งได้รายงานผลประกอบการรายไตรมาสแล้ว โดยราว 80% ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่ประมาณ 67%

หุ้น Roblox พุ่งขึ้นเกือบ 10% หลังแพลตฟอร์มวิดีโอเกมรายนี้คาดการณ์ยอดใช้จ่ายของผู้เล่นสำหรับปีงบประมาณ 2569 สูงกว่าประมาณการ

หุ้น Molina Healthcare ร่วงลง 25.5% หลังบริษัทประกันสุขภาพแห่งนี้คาดการณ์กำไรปี 2569 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้มากกว่าครึ่งหนึ่ง

หุ้น Reddit ร่วงลง 7.4% แม้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียคาดการณ์รายได้ไตรมาสแรกสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.พ. 69)