หุ้นยุโรปปิดบวก ฟื้นตัวจากแรงขาย-โฟกัสผลประกอบการ

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ (6 ก.พ.) จากการฟื้นตัวในวงกว้างหลังร่วงลงในวันพฤหัสบดี ขณะที่นักลงทุนประเมินผลประกอบการที่ออกมาคละเคล้าจากหลายบริษัท รวมถึงผู้ผลิตรถยนต์ Stellantis และบริษัทด้านกลาโหม Kongsberg

ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 617.12 จุด เพิ่มขึ้น 5.47 จุด หรือ +0.89%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,273.84 จุด เพิ่มขึ้น 35.67 จุด หรือ +0.43%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,721.46 จุด เพิ่มขึ้น 230.40 จุด หรือ +0.94% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,369.75 จุด เพิ่มขึ้น 60.53 จุด หรือ +0.59%

หุ้น Stellantis ร่วงลง 25.2% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และฉุดดัชนีกลุ่มยานยนต์โดยรวมร่วงลง 3% โดยบริษัทสัญชาติฝรั่งเศส-อิตาลีรายนี้บันทึกค่าใช้จ่ายราว 2.22 หมื่นล้านยูโร หรือประมาณ 2.65 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว หลังปรับลดแผนพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า

ในทางตรงกันข้าม หุ้นกลุ่มกลาโหมเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นเด่น โดยเพิ่มขึ้น 1.6%

หุ้น Kongsberg ของนอร์เวย์พุ่งขึ้น 15.6% หลังรายงานกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับคำสั่งซื้อระบบอาวุธควบคุมระยะไกลมูลค่า 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเยอรมนีและสวีเดน

ดัชนี STOXX 600 ปิดสัปดาห์ด้วยการเพิ่มขึ้น 1% ท่ามกลางความผันผวนจากการรายงานผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ และการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป โดยแรงเทขายที่ไม่คาดคิดในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและสื่อในช่วงต้นสัปดาห์กดดันบรรยากาศการลงทุน

นักลงทุนทั่วโลกกำลังชั่งน้ำหนักผลกระทบจากเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มการแข่งขันกับธุรกิจซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม

ขณะเดียวกัน บริษัท AI รายใหญ่ เช่น Amazon.com และ Alphabet จากสหรัฐฯ ได้เปิดเผยแผนเพิ่มการลงทุนด้านเทคโนโลยีดังกล่าว ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตฮาร์ดแวร์

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและสื่อปรับตัวขึ้น 1.2% และ 0.5% ตามลำดับ แต่ยังเป็นกลุ่มที่ปรับตัวแย่ที่สุดในดัชนี STOXX 600 ในสัปดาห์นี้ โดยกลุ่มเทคโนโลยีเผชิญกับการปรับตัวลงรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 11 สัปดาห์

หุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งตลอดปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 1.4%

หุ้น Societe Generale ปรับตัวลง 2.2% หลังธนาคารฝรั่งเศสรายนี้รายงานรายได้ด้านวาณิชธนกิจลดลงอย่างมากซึ่งต่ำกว่าคู่แข่ง และบดบังผลประกอบการไตรมาส 4 ที่ออกมาดีกว่าคาดโดยรวม

หุ้น Novo Nordisk ผู้ผลิตยาลดน้ำหนัก พุ่งขึ้น 5.3% หลังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ ขู่ดำเนินการกับยาลอกเลียนแบบที่ผิดกฎหมาย

หุ้น Telenor ผู้ให้บริการโทรคมนาคมของนอร์เวย์ พุ่งขึ้น 7.2% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจนั้น การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีในเดือนธ.ค. ลดลงมากกว่าที่คาดไว้ ซึ่งบั่นทอนความหวังต่อการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.พ. 69)