GGC รายการพิเศษฉุดปี 68 ขาดทุนอ่วม 684 ลบ.เซ่นพิษปรับลด B5 แม้ EBITDA ยังโตแกร่ง 26%

บมจ.โกลบอลกรีนเคมิคอล [GGC] เปิดเผยว่า ผลประกอบปี 68 มีรายได้จากการขายรวมทั้งหมด 19,909 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 5% บริษัทมี Adjusted EBITDA จำนวน 700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 3/68 บริษัทฯ รับรู้ค่าใช้จ่ายรายการพิเศษ 231 ล้านบาท เป็นการพิจารณาตามหลักการบัญชีในการปรับลดการบันทึกมูลค่ายุติธรรมของที่ดินที่ถูกนำมาจำนอง (สุทธิด้วยภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี) ส่งผลให้รับรู้ขาดทุนสุทธิ 684 ล้านบาท หรือคิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 0.67 บาท

สำหรับไตรมาส 4/68 บริษัทมีรายได้จากการขายรวมทั้งหมด 4,695 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 4/67 ราว 14% และมี Adjusted EBITDA จำนวน 132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% โดยบริษัทฯ รับรู้ Stock Loss & NRV จำนวน 20 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ มี EBITDA จำนวน 112 ล้านบาท โดยในงวดไตรมาส 4/68 บริษัทฯ รับรู้ผลกำไรสุทธิ 75 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน 50%

สำหรับผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจเมทิลเอสเทอร์ในปี 68 บริษัทฯ มีปริมาณการขายเมทิลเอสเทอร์ปรับตัวลดลง 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลที่ภาครัฐปรับลดลงจาก B7 ในปีก่อน มาอยู่ที่ B5 ในปีนี้ตลอดทั้งปี ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ อาทิ ภาวะเศรษฐกิจที่ชลอตัว สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดทางพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ ความไม่แน่นอนทางการเมือง รวมถึงสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

ถึงแม้ว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 68 ทางภาครัฐได้ออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส โครงการเที่ยวดีมีคืน รวมถึงมาตรการตรึงราคาและลดราคาขายปลีกน้ำมันไบโอดีเซล ผ่านการใช้กลไกของกองทุนน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการปรับลดสัดส่วนผสมน้ำมันไบโอดีเซลของประเทศ ที่ส่งผลให้ความต้องการเมทิลเอสเทอร์ปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาขายเมทิลเอสเทอร์ เพิ่มขึ้น 3% ตามทิศทางราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก โดยใน 68 บริษัทฯ รับรู้รายได้จากการขายของธุรกิจผลิตภัณฑ์เมทิลเอสเทอร์จำนวน 11,655 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 5% ทั้งนี้ บริษัทฯ รับรู้ Adjusted EBITDA จำนวน 131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8%

กลุ่มธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ในปี 68 ราคาผลิตภัณฑ์เฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น 41% ตามราคาวัตถุดิบที่มีความกังวลเกี่ยวกับอุปทานในวัตถุดิบอย่างน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบที่มีทิศทางตึงตัว และความต้องการใช้ CPKO เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิตของโรงงานในกลุ่ม Fatty Acid และ Fatty Alcohol ของผู้ประกอบการรายใหญ่ในอินโดนีเซีย ขณะที่ปริมาณขายลดลง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากความต้องการค่อนข้างผันผวน ส่งผลทำให้ภาพรวมในปี 68 บริษัทฯ รับรู้รายได้จากการขายของธุรกิจผลิตภัณฑ์แฟตตี้แอลกอฮอล์ 8,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 24% และมี Adjusted EBITDA จำนวน 567 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31%

ส่วนธุรกิจอื่น จากแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการมุ่งสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินธุรกิจ Food & Nutraceutical ซึ่งจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนประกอบอาหารและโภชนเภสัชต่างๆ อาทิ กลุ่มสารให้ความหวาน กลุ่ม Plant Based Protein กลุ่ม Antioxidant Extract เป็นต้น ในปี 68 บริษัทฯ รับรู้รายได้จากธุรกิจ Food & Nutraceutical จำนวน 94 ล้านบาท

ณ วันที่ 31 ธ.ค.68 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 10,332 ล้านบาท ประกอบด้วยส่วนที่เป็นเงินสด และรายการเทียบเท่าเงินสดรวมทั้งสิ้น 1,829 ล้านบาท มีหนี้สินรวมทั้งสิ้น 1,614 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 8,718 ล้านบาท

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)