
ไซมอน วัตต์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนิวซีแลนด์ เปิดเผยในวันนี้ (9 ก.พ.) ว่า นิวซีแลนด์ได้คัดเลือกรายชื่อผู้รับเหมาเข้าสู่รอบสุดท้าย (shortlist) เพื่อดำเนินการก่อสร้างคลังนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความมั่นคงทางพลังงาน สร้างแหล่งพลังงานสำรองที่เชื่อถือได้ และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
รัฐบาลนิวซีแลนด์ตั้งเป้าที่จะลงนามในสัญญาภายในช่วงกลางปีนี้ สำหรับโครงการก่อสร้างคลังนำเข้าในภูมิภาคทารานากิ (Taranaki) บนเกาะเหนือ (North Island) ของประเทศ ซึ่งคาดว่าจะพร้อมเปิดดำเนินการเพื่อรองรับการนำเข้า LNG ได้ภายในปี 2570 หรือต้นปี 2571
รูปแบบการดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยให้นิวซีแลนด์สามารถนำเข้า LNG ลอตใหญ่ได้เมื่อมีความจำเป็น ซึ่งจะช่วยจำกัดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาก๊าซในตลาดโลก
วัตต์สระบุว่า แม้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานน้ำ จะขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่อุปทานก๊าซในประเทศที่ลดลงส่งผลให้ภาคพลังงานของนิวซีแลนด์ตกอยู่ในภาวะเปราะบางในช่วงที่เกิดภัยแล้ง ซึ่งระดับน้ำในทะเลสาบและเขื่อนต่าง ๆ ลดต่ำลง
“สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เราต้องพึ่งพาถ่านหินและดีเซลมากขึ้น ส่งผลให้ราคาค่าไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งสร้างภาระทางการเงินให้กับภาคครัวเรือน และทำให้ภาคธุรกิจสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน” วัตต์สระบุในแถลงการณ์ “การจัดตั้งคลังนำเข้า LNG จึงเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้”
ทั้งนี้ รัฐบาลฝ่ายขวากลางซึ่งเข้ารับตำแหน่งในปี 2566 พยายามที่จะกระจายแหล่งพลังงานให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยในปี 2568 รัฐบาลได้ผ่านกฎหมายยกเลิกคำสั่งห้าม และอนุญาตให้มีการสำรวจน้ำมันและก๊าซนอกชายฝั่งอีกครั้ง หลังจากที่รัฐบาลพรรคแรงงานซึ่งเป็นฝ่ายซ้ายกลางเคยสั่งห้ามไว้ก่อนหน้านี้
วัตต์สกล่าวเสริมว่า การเข้าถึง LNG อาจสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่าราว 1.2 พันล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (721.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี ภายในปี 2578 และช่วยรักษาตำแหน่งงานได้ประมาณ 2,000 ตำแหน่ง ท่ามกลางผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและปัญหาการขาดแคลนก๊าซ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)





