เลือกตั้ง’69: “จุลพันธ์” ไม่ปิดโอกาสร่วมรัฐบาลภท. ลั่นเป็นไปได้ทุกอย่าง พร้อมถอดบทเรียนพ่ายเลือกตั้ง

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังประชุมแกนนำพรรคว่า วันนี้ไม่ใช่การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพียงแต่มีผู้ใหญ่ของพรรคหลายคนมานั่งหารือสถานการณ์การเมืองหลังการเลือกตั้ง โดยถอดบทเรียนเบื้องต้นและเห็นว่าต้องไปทำงานกันต่อ ทั้งนี้ ยอมรับว่าเสียใจอยู่บ้างจากผลการเลือกตั้งที่ออกมา แต่ก็ต้องตั้งหลัก และนำเอาความไว้วางใจของพี่น้องประชาชนที่ส่งมอบให้ มาเดินหน้าทำเพื่อประชาชนต่อไป

ส่วนกรณีที่ผลเลือกตั้งออกมาต่ำกว่าเป้าหมายที่พรรควางไว้นั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เราคาดหวังไว้มาก แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา ในการเลือกตั้ง ทุกคนย่อมต้องตั้งเป้าหมายไว้ให้ไกลที่สุด ให้ได้มากที่สุด เพราะเชื่อมั่นว่านโยบายจะเป็นประโยชน์กับประชาชน แต่พรรคยอมรับในการตัดสินใจของประชาชน เมื่อผลออกมาเช่นนี้ เราก็ต้องเดินหน้าต่อ

  • เปิดทาง “อนุทิน” ตั้งรัฐบาล ยันไร้ข้อจำกัด ร่วมงาน ภท.

ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า หากพรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย จะเป็นผลดีกว่า เนื่องจากอาจทำให้ตลาดทุนมีแนวโน้มดีขึ้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย นาทีนี้ เป็นเรื่องของพรรคที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดในสภาฯ ที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เป็นเรื่องที่พรรคภูมิใจไทยจะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร หน้าตาของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามถึงจุดยืนของพรรคเพื่อไทย ว่าพร้อมร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย ได้ประกาศบนเวทีหาเสียงเลือกตั้งว่า เราไม่ได้มีข้อจำกัด แต่ก็ต้องดูเรื่องแนวคิด อุดมการณ์ และนโยบาย

“เป็นไปได้ทุกอย่าง หากถามแบบนี้” นายจุลพันธ์ ตอบคำถามที่ว่ามีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย

  • ถอดบทเรียนความพ่ายแพ้ โต้! ยังไม่สูญพันธุ์

ส่วนเหตุผลที่ทำให้พรรคเพื่อไทยแพ้เลือกตั้งไปได้ขนาดนี้ นายจุลพันธ์ ยอมรับว่า ตั้งแต่วันที่มีการเปลี่ยนขั้วจัดตั้งรัฐบาล พรรคต้องเจอกับอุปสรรคพอสมควร แต่ก็ถือว่าตั้งหลักได้เร็ว และยังคงรักษาฐานเสียงได้มากพอสมควร ในส่วนของสัดส่วน สส.พรรคก็ได้มาเกือบ 80 คน ถือว่าไม่น้อย และยังคงทำงานที่เป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้

ส่วนที่มีการมองว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 คน เป็นคนเชียงใหม่ แต่กลับไม่ได้ที่นั่ง สส.เชียงใหม่ ถือเป็นการปิดฉากพรรคเพื่อไทยในพื้นที่เชียงใหม่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่มีปิดฉาก อย่าไปคิดว่าประชาชนเป็นของตายของพรรคใดพรรคหนึ่ง พรรคเพื่อไทยก็ไม่เคยพูดว่าพื้นที่ไหนเป็นของเรา เมื่อประชาชนตัดสินมาแล้ว สิ่งที่เราทำได้ คือ การปรับปรุงตัวเอง นโยบาย ตัวบุคคล เพื่อให้ตอบโจทย์ประชาชน แล้วมาวัดกันใหม่ในการเลือกตั้งครั้งถัดไป

พร้อมย้ำว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้สูญพันธุ์ การที่ได้ สส.มาถึง 80 คน ถือว่าเป็นพรรคขนาดใหญ่แล้ว

นายจุลพันธ์ กล่าวด้วยว่า พรรคเพื่อไทย ได้มีการประเมินปัจจัยภายนอกที่ทำให้ได้ สส.ต่ำกว่า 100 คน แต่จะขอสรุปในวันหลัง

ส่วนกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุว่า กระแสชาตินิยม มีส่วนช่วยให้คะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทยพุ่ง ขณะที่พรรคเพื่อไทย มีเรื่อง “อังเคิล” นั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ก็เป็นไปได้บางส่วน ปัจจัยมีมาก แต่คงไม่ใช่เพราะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เป็นหลายองค์ประกอบ และในแต่ละพื้นที่ก็มีน้ำหนักมากน้อยต่างกัน

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย รวมทั้งตน จะลงพื้นที่เพื่อถอดบทเรียนในแต่ละจุด เพื่อดูเรื่องผู้สมัคร สถานการณ์ในพื้นที่ว่ามีปัจจัยใดบ้างที่ทำให้ผู้สมัครของพรรคต้องพ่ายแพ้ เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยจะได้กลับมาอย่างแข็งแรง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)