ตลาดหุ้นยุโรปพุ่งทำสถิติใหม่ นักลงทุนคลายกังวล AI – โฟกัสผลประกอบการ

ตลาดหุ้นยุโรปปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ (9 ก.พ.) ตามทิศทางการฟื้นตัวของตลาดหุ้นทั่วโลกหลังการเทขายเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่นักลงทุนหันมาให้ความสนใจกับผลประกอบการของบริษัทและความเคลื่อนไหวด้านการควบรวมกิจการ โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการเชิงบวกของ UniCredit ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่อันดับ 2 ของอิตาลี

  • ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 621.41 จุด เพิ่มขึ้น 4.29 จุด หรือ +0.70%
  • ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,323.28 จุด เพิ่มขึ้น 49.44 จุด หรือ +0.60%
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,014.87 จุด เพิ่มขึ้น 293.41 จุด หรือ +1.19% และ
  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,386.23 จุด เพิ่มขึ้น 16.48 จุด หรือ +0.16%

 

ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังฟื้นตัวจากความผันผวนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีชนวนจากความกังวลว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามากระทบธุรกิจซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม แม้ผู้นำอุตสาหกรรมอย่าง Alphabet และ Amazon.com ตั้งเป้าการลงทุนใหม่เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวก็ตาม

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 0.9% ในวันจันทร์ โดยหุ้น STMicroelectronics พุ่งขึ้น 9.8% หลังบริษัทฝรั่งเศสระบุว่าจะขยายความร่วมมือกับ Amazon Web Services ในด้านโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล

หุ้น UniCredit พุ่งขึ้น 6.7% หลังธนาคารปรับเพิ่มคาดการณ์กำไร และระบุว่าจะยังคงถือหุ้นในคู่แข่งที่เข้าซื้อไว้ภายใต้การนำของ อันเดรีย ออร์เซล ซีอีโอ พร้อมทั้งผ่อนคลายเกณฑ์สำหรับการทำดีลเต็มรูปแบบ

ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารยุโรปปรับตัวขึ้น 2.2% และดัชนีหลักของอิตาลีปรับตัวขึ้น 2% นับเป็นกลุ่มที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุดในบรรดาตลาดหุ้นยุโรปรายใหญ่

ในอีกด้านหนึ่ง Novo Nordisk ผู้ผลิตยาจากเดนมาร์กที่กำลังเผชิญการแข่งขันรุนแรงในตลาดยาลดน้ำหนัก ได้รับแรงหนุนหลัง Hims & Hers จากสหรัฐฯ ระบุว่า จะยุติการจำหน่ายยากลุ่ม GLP-1 ราคาต่ำ หลังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐฯ เตือนว่าจะดำเนินการกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

หุ้น Novo Nordisk ผู้ผลิตยา Wegovy พุ่งขึ้น 5.3% ขณะที่หุ้นของ Zealand Pharma ซึ่งเป็นบริษัทคู่แข่ง ปรับตัวขึ้น 2.1%

ข่าวการควบรวมกิจการยังเป็นประเด็นสำคัญในวันจันทร์ โดยกลุ่มนักลงทุนที่นำโดย Advent และ FedEx ตกลงเข้าซื้อกิจการบริษัทตู้ล็อกเกอร์พัสดุ InPost ด้วยมูลค่า 9.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้หุ้นของบริษัทจากโปแลนด์พุ่งขึ้น 13.5%

ในทางกลับกัน หุ้น NatWest ร่วงลง 5.6% หลังธนาคารอังกฤษตกลงเข้าซื้อบริษัทบริหารความมั่งคั่ง Evelyn Partners ด้วยมูลค่า 2.7 พันล้านปอนด์ หรือราว 3.68 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประเด็นการเมืองยังดึงดูดความสนใจของนักลงทุนเช่นกัน หลังนายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษส่งสัญญาณในวันจันทร์ว่าจะไม่ลาออก แม้เผชิญแรงกดดัน รวมถึงจากผู้นำพรรคของตนเองในสกอตแลนด์ ภายหลังผู้ช่วยคนที่ 2 ลาออกจากทีมงานที่กำลังเผชิญวิกฤต จากกรณีการแต่งตั้ง ปีเตอร์ แมนเดลสัน เป็นเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐฯ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ก.พ. 69)