ดาวโจนส์ปิดบวก 52.27 จุด ตลาดจับตาตัวเลขจ้างงานประเมินดบ.เฟด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันอังคาร (10 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบ หลังจากนักลงทุนซึมซับรายงานยอดค้าปลีกที่น่าผิดหวัง ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,188.14 จุด เพิ่มขึ้น 52.27 จุด หรือ +0.10%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,941.81 จุด ลดลง 23.01 จุด หรือ -0.33% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,102.47 จุด ลดลง 136.20 จุด หรือ -0.59%

 

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกทรงตัวในเดือนธ.ค. 2568 เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% เนื่องจากภาคครัวเรือนลดการใช้จ่ายในการซื้อสินค้าที่มีราคาสูงซึ่งรวมถึงรถยนต์ โดยข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของผู้บริโภคอยู่ในทิศทางที่ชะลอตัวลงเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569

นักวิเคราะห์จาก Janney Montgomery Scott กล่าวว่า ยอดค้าปลีกที่น่าผิดหวังถือเป็น “ข่าวร้ายในข่าวดี” โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหุ้นที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยเช่นหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนยังคงมีความหวังว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ทั้งนี้ หลังมีการเปิดเผยรายงานยอดค้าปลีก เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนเม.ย. เป็น 36.9% จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 32.2%

หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลง 0.84% ตามด้วยหุ้นกลุ่มการเงินลดลง 0.75% ส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวแข็งแกร่งที่สุด โดยพุ่งขึ้น 1.6% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์พุ่งขึ้น 1.4%

หุ้น Alphabet ร่วงลง 1.8% และเป็นปัจจัยฉุดหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารในดัชนี S&P500 หลังจากบริษัทประกาศระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้มูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งตอกย้ำถึงความวิตกกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับเม็ดเงินจำนวนมากที่บรรดาบริษัทเทคโนโลยีนำไปใช้จ่ายเพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดย Amazon, Alphabet, Meta และ Microsoft ต่างก็วางแผนการใช้จ่ายรวมกันหลายแสนล้านดอลลาร์ในปี 2569 เพื่อแข่งขันกันเป็นผู้นำด้าน AI

หุ้น Coca-Cola ปรับตัวลง 1.5% หลังจากบริษัทเปิดเผยรายได้ในไตรมาส 4/2568 ที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีท

หุ้น Walt Disney และหุ้น Home Depot ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 2% และเป็นปัจจัยหนุนดัชนีดาวโจนส์

หุ้นโรงแรม Marriott ทะยานขึ้น 8.5% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2568 หลังจากแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน หลังจากบริษัทคาดการณ์ว่าค่าธรรมเนียมจากบัตรเครดิตจะพุ่งขึ้น 35% เนื่องจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มั่งคั่งมีการใช้จ่ายอย่างคึกคักในการพักผ่อนที่หรูหรา

หุ้น Spotify พุ่งขึ้น 14.7% หลังจากบริษัทคาดการณ์กำไรไตรมาสแรกสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยได้ปัจจัยหนุนจากจำนวนผู้ใช้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและการปรับขึ้นค่าบริการ

นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ (11 ก.พ.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 70,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 50,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.4%

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.พ. 69)