
รัฐที่อยู่ภายใต้การบริหารของพรรคเดโมแครต 4 แห่งของสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันพุธ (11 ก.พ.) เพื่อขอให้ระงับการดำเนินการของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะยุติงบประมาณด้านสาธารณสุขมูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รัฐแคลิฟอร์เนีย โคโลราโด อิลลินอยส์ และมินนิโซตา ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐบาลกลางในนครชิคาโก โดยระบุว่าการตัดงบโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขขั้นพื้นฐานดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีแรงจูงใจทางการเมือง รวมถึงความเห็นต่างในประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น การบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง
งบประมาณที่เป็นประเด็นนั้นบริหารผ่านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) ใช้สำหรับเฝ้าระวังภัยคุกคามด้านสุขภาพ รับมือการระบาดของโรค และเตรียมความพร้อมต่อเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุข โดยโครงการป้องกันและติดตามการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี (HIV) เป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์พยายามหลายครั้งที่จะตัดงบประมาณของรัฐที่มีผู้ว่าการจากพรรคเดโมแครต แต่เผชิญการท้าทายทางกฎหมาย โดยเมื่อเดือนที่แล้ว ผู้พิพากษามีคำสั่งชั่วคราวให้ระงับความพยายามของรัฐบาลในการระงับงบประมาณมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับโครงการดูแลเด็กและช่วยเหลือครอบครัวใน 5 รัฐที่บริหารโดยพรรคเดโมแครต
ทั้งนี้ ทรัมป์เคยเตือนเมื่อเดือน ม.ค. ว่า จะเริ่มระงับงบประมาณของเมืองหรือรัฐที่เป็นพื้นที่คุ้มครองผู้อพยพผิดกฎหมายในเดือน ก.พ. โดยให้เหตุผลว่า นโยบายของพื้นที่ดังกล่าวส่งเสริมการฉ้อโกง อาชญากรรม และปัญหาอื่น ๆ ที่ตามมา
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ก.พ. 69)





