
ราคาบิตคอยน์ยังคงเผชิญกับแรงกดดันในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียวันนี้ (13 ก.พ.) หลังจากธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) เตือนว่าราคาบิตคอยน์จะชะลอตัวลงอีก นอกจากนี้ บิตคอยน์ยังถูกกดดันหลังจากคอยน์เบส โกลบอล (Coinbase Global) ผู้ให้บริการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ของสหรัฐฯ ขาดทุนอย่างหนักในไตรมาส 4/2568
ราคาบิตคอยน์เคลื่อนไหวเหนือระดับ 66,000 ดอลลาร์เพียงเล็กน้อย เมื่อเวลา 09.30 น.ตามเวลาสิงคโปร์ หลังจากที่ร่วงลง 4% แตะระดับ 65,079 ดอลลาร์ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์ก ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในสัปดาห์นี้
สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด เตือนว่าราคาบิตคอยน์จะชะลอตัวลงอีกในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า พร้อมกับปรับลดคาดการณ์ราคาบิตคอยน์ ณ สิ้นปี 2569 ลงเหลือ 100,000 ดอลลาร์ จากเดิมที่ระดับ 150,000 ดอลลาร์ และเตือนว่าราคาอาจร่วงลงไปแตะ 50,000 ดอลลาร์ก่อนที่จะเริ่มทรงตัวหลังจากนั้น โดยระบุถึงปัจจัยลบจากการที่เม็ดเงินไหลออกจากกองทุน ETF และภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่อ่อนแอลง
นอกจากนี้ ราคาบิตคอยน์ยังถูกกดดัน หลังจากคอยน์เบส โกลบอล เปิดเผยว่า บริษัทพลิกกลับมาขาดทุน 667 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4/2568 เนื่องจากรายได้ร่วงลงกว่า 20% สู่ระดับ 1.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนให้เห็นว่าราคาคริปโทฯ ที่ปรับตัวลงได้ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการซื้อขาย
ทั้งนี้ หุ้นคอยน์เบสร่วงลง 7.90% มาอยู่ระดับ 141.09 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกัน 3 วันทำการ และในปีนี้ราคาหุ้นดิ่งลงไปแล้วถึง 37.61%
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.พ. 69)





