ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าลบหลังวอลล์สตรีทดิ่งหนัก กังวลผลกระทบ AI

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงในวันนี้ (13 ก.พ.) ตามทิศทางตลาดวอลล์สตรีทที่ดิ่งลงอย่างหนัก ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 57,226.59 จุด ลดลง 413.25 จุด หรือ -0.72%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 26,547.97 จุด ลดลง 484.57 จุด หรือ -1.79% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,105.04 จุด ลดลง 28.98 จุด หรือ -0.70%

ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียร่วงลง 1.32% ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้บวก 0.31%

บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นเอเชียได้รับแรงกดดันจากการที่ตลาดวอลล์สตรีทดิ่งลงอย่างหนักในวันพฤหัสบดี (12 ก.พ.) โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงกว่า 600 จุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq ร่วงลงกว่า 2% เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มขนส่ง ท่ามกลางความกังวลว่า AI จะก่อให้เกิดภาวะชะงักงันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการขนส่ง

หุ้นของบริษัทที่ให้บริการรถบรรทุกและโลจิสติกส์หลายแห่งปรับตัวลดลง เนื่องจากความวิตกกังวลว่าเครื่องมือ AI รุ่นใหม่อาจเข้ามาแก้ปัญหาความไร้ประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้บริการของอุตสาหกรรมนี้ลดน้อยลง

ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 130,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 66,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.3% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.4%

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ด้านนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI จะเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.7% ในเดือนธ.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.6% ในเดือนธ.ค.

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.พ. 69)