ทางหลวงปักธงปี 69 เปิดประมูลสร้าง M5,M8,M9 รวมที่พักริมทาง M6-M81 วงเงินกว่า 1.5 แสนลบ.

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า แผนการพัฒนาโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ซึ่งอยู่ในขั้นตอนที่จะสามารถออกประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนในปี 2569 มีหลายโครงการ ได้แก่

 

โครงการที่พักริมทาง (Rest Area) มอเตอร์เวย์ M6 และมอเตอร์เวย์ M81

บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์ M6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา จำนวน 2 สัญญา และมอเตอร์เวย์ M81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (RFP) ประเด็นก่อสร้างอาคารยกระดับคร่อมเหนือมอเตอร์เวย์ เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์และเชื่อมจดพักรถ 2 ฝั่ง ซึ่งภาคเอกชนมีข้อคิดเห็นจากการ Market Sounding ที่ผ่านมา

ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้ตอบกลับกรณีการปรับปรุงเงื่อนไขดังกล่าวแล้ว ซึ่ง คณะกรรมการคัดเลือกฯ มีการประชุมในเดือนก.พ.นี้ คาดว่าใช้เวลาอีกไม่เกิน 2 เดือน จะสามารถออกประกาศเชิญชวนได้ ประมาณเดือนเม.ย. 69

สำหรับโครงการที่พักริมทาง M6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา มี 15 แห่ง แบ่งออกเป็น 2 สัญญา ประเมินวงเงินลงทุนค่าก่อสร้างรวม 2,162.44 ล้านบาท ค่าดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ตลอดอายุ 30 ปี วงเงิน 7,763.90 ล้านบาท ส่วน ที่พักริมทาง M81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี มี 6 แห่ง จำนวน 1 สัญญา ประเมินวงเงิน ค่าก่อสร้าง 1,460.14 ล้านบาท ค่าดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ตลอดอายุ 30 ปี วงเงิน 4,843.42 ล้านบาท

 

โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 5 (มอเตอร์เวย์ M5)

สายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน วงเงินค่าลงทุนโครงการรวม 30,080 ล้านบาท ใช้รูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน PPP Gross Cost อยู่ระหว่างจัดเตรียมเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (RFP) คาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถออกประกาศเชิญชวนร่วมลงทุนโครงการอย่างเป็นทางการ ช่วงกลางปี 69 ซึ่งตามแผนงานและลงนามสัญญาผู้รับงานภายในไตรมาส 4 ปี 69 ตามแผนจะใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี เปิดให้บริการในปี 74

 

โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 (มอเตอร์เวย์ M9)

สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ตอน ทางยกระดับบางขุนเทียน-บางบัวทอง ระยะทางประมาณ 35.85 กม.วงเงินลงทุนโครงการ 56,035 ล้านบาท เป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในรูปแบบ PPP- Net Cost คือ ให้เอกชนลงทุน 100% (เอกชนจะเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายการลงทุน แต่จะได้รับสิทธิในการจัดเก็บรายได้ และต้องรับความเสี่ยงในเรื่องของรายได้ ส่วนรัฐอาจได้รับผลตอบแทนบางส่วนตามที่ตกลงกัน) โดยอยู่ระหว่างการคัดเลือกที่ปรึกษา เพื่อจัดทำเอกสารคัดเลือกเอกชน หรือ RFP ตามพ.ร.บ.การร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 (พ.ร.บ.ร่วมลงทุนฯ 2562 )

โดยคาดว่าจะลงนามกับที่ปรึกษาได้ในเดือนก.พ.นี้ จากนั้น จะมีกระบวนการร่าง RFP เปิดรับฟังความคิดเห็นและประเมินระดับความสนใจของภาคเอกชน (Market Sounding) ซึ่งมีขั้นตอนและต้องใช้ระยะเวลา ประเมินว่าจะประกาศประกวดราคา ได้ช่วงปลายปี 69 หรือต้นปี 70

 

โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 (มอเตอร์เวย์ M8)

ช่วงนครปฐม-ปากท่อ-ชะอำ ระยะที่ 1 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กม. วงเงิน 54,562 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงนามเห็นชอบโครงการแล้ว และเข้าสู่ขั้นตอนการสอบถามความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กระทรวงการคลัง, สำนักงบประมาณ, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)

แต่เนื่องจากมีการยุบสภาเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ซึ่งทางสภาพัฒน์ ได้มีหนังสือกลับมาที่กระทรวงคมนาคม ให้ยืนยันโครงการไปที่สภาพัฒน์อีกครั้งเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลและครม.ชุดใหม่

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเดือนธ.ค.68 กรมทางหลวงได้ออกประกาศเชิญชวนไปแล้ว คือ โครงการลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) มอเตอร์เวย์ M82 ต่างระดับบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว มูลค่าก่อสร้าง รวมประมาณ 15,724.12 ล้าน โดยเปิดขายเอกสารประกวดราคา ตั้งแต่วันที่ 1- 30 ธ.ค. 2568 โดยมีเอกชนสนใจเข้าซื้อซองจำนวน 8 ราย กำหนดยื่นซองเอกสารในวันที่ 30 มี.ค.69 และเปิดข้อเสนอในวันที่ 10 เม.ย.69

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.พ. 69)