
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจและผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เข้าร่วม
นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่าน ที่ทำงานร่วมกันมาอย่างแข็งขัน ช่วยสร้างมิติใหม่ให้คนไทยมีความหวัง และทำให้ “ประเทศไทยกลับสู่จอเรดาร์ของโลก” ซึ่งมีความหมายอย่างมาก ทำให้ไทยเป็นที่จับตามองอีกครั้ง
โดยนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า เรื่องนี้จะต้องไม่เป็นประเด็นชั่วคราว แต่ไทยต้องเป็นประเทศที่ต่างชาติต้องการจับตามองไทย สนใจท่าที และให้ความสำคัญต่อก้าวย่างของไทย
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ชื่นชมการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นคุณูปการ ทั้งการสร้างความสัมพันธ์กับนานาประเทศ การต่อรอง และการรักษาสถานะของประเทศ ตลอดจนการส่งเสริมความเชื่อมั่น และที่สำคัญที่สุด คือ การได้รับความไว้ใจจากประชาชนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและมีความหมายอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจเพื่อนำนโยบายที่ให้สัญญาไว้กับประชาชนมาจัดลำดับทางโครงสร้าง เพราะต้องเป็นส่วนหนึ่งในการร่างแถลงนโยบายของรัฐบาล จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้รับเรื่องไปดูว่าจะต้องเพิ่มหรือขยายความอย่างไร เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกัน พร้อมยอมรับว่า ได้เชิญสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เข้ามา เพื่อตรวจยกร่างนโยบายไว้เป็นเค้าโครงด้วย
นายอนุทิน กล่าวว่า ภายหลังรัฐบาลใหม่แล้วต้องต่อยอดนโยบาย Quick Big Win ที่ดำเนินการในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา เพราะเป็นรัฐบาล 4 ปี และเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ช่วยเพิ่มโมเมนตัม ทำให้สามารถขับเคลื่อนประเทศให้กลับมาเข้มแข็งได้
“ขอให้ไทยกลับมาตั้งเป้าหมายใหม่ ไทยจะเป็นเสือตัวที่เท่าไหร่ก็ได้ แต่ไทยต้องเป็นเสือ เพราะไทยมีศักยภาพ มีโอกาส และมีช่องทาง ซึ่งทั้งหมดนี้คือโอกาสของไทยท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน โดยไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน และอาเซียนก็ยังคงแข็งแกร่ง เป็นแหล่งการลงทุนสำหรับห่วงโซ่อุปทานของโลกต่อไป” นายกฯ กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.พ. 69)





