
- การเมืองเข้มข้นสัปดาห์นี้ ยังคงต้องติดตามกันต่อกับการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล “อนุทิน 2” ซึ่งแม้ในสัปดาห์ที่แล้ว จะมีความชัดเจนของการจับขั้วรัฐบาลระหว่างพรรคภูมิใจไทย (ภท.) 193 เสียง และพรรคเพื่อไทย (พท.) 74 เสียง ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีคะแนนที่นั่ง สส.ในสภาฯ มาเป็นอันดับ 3 และพรรคพลังประชารัฐอีก 5 เสียง และพรรคเล็กอีกก็ตาม แต่คะแนนเสียงดังกล่าวที่รวมกันยังได้ประมาณ 280 เสียง อาจจะยังดูไม่มีเสถียรภาพมากพอ
ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ ต้องตามว่าพรรคภูมิใจไทย จะหยิบสูตรจัดขั้วรัฐบาลสูตรไหนมาเพิ่มเติม ระหว่างพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคอันดับที่ 4 มีเสียง สส.อยู่ในมือ 58 เสียง หรือจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคอันดับที่ 5 มีคะแนนเสียงสส. อยู่ 22 เสียง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้บอกไว้แล้วว่าจากนี้จะมีการหารือกับพรรคการเมือง โดยเรียงลำดับการพูดคุยจากอันดับคะแนนเสียงที่ได้
ล่าสุดเมื่อคืนนี้ นายอนุทิน ได้โพสต์เฟซบุ๊กยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนานขึ้นมาจากหล่มให้ได้ การทำงานด้านเศรษฐกิจต้องเป็นแบบมืออาชีพ และเป็นทีมเดียวกัน คือทีมประเทศไทย โดยวางตัวขุนพลด้านเศรษฐกิจไว้แล้ว นั่นคือ นายอนุทิน, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ
- แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อสงสัยของสังคมไปแล้วเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 69 ในเรื่อง “บัตรเลือกตั้ง” ที่มีคิวอาร์โค้ด และบาร์โคด ซึ่งทำให้สามารถย้อนกลับไปดูที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งได้ว่าบัตรใบนั้น ลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด และพรรคการเมืองใด อันถือว่าเป็นการผิดกฎหมายเลือกตั้งที่ทำให้การลงคะแนนเสียงไม่เป็นความลับนั้น แต่คำชี้แจงของ กกต. ก็ยังคงยืนยันว่าแม้จะมีบาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ด แต่ก็ไม่สามารถย้อนกลับไปตรวจสอบข้อมูลการออกเสียงลงคะแนนของผู้มาใช้สิทธิได้ตามที่สังคมตั้งข้อสงสัยกัน โดยยังคงยืนยันว่า การลงคะแนนเสียงของประชาชนยังเป็นไปโดยลับ ไม่มีการเปิดเผยอย่างแน่นอน
พร้อมชี้แจงว่า ความจำเป็นที่ต้องมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด เป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง เป็นเครื่องมือเพื่อใช้ควบคุมการบริหารจัดการบัตรเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพ ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม อีกทั้งยังมีไว้เพื่อตรวจสอบย้อนกลับว่ามีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินจำนวนหรือไม่
ท่ามกลางความไม่เชื่อมั่นของสังคม ที่ต่างพยายามออกมาพิสูจน์กันว่าบัตรเลือกตั้งดังกล่าว สามารถย้อนกลับไปยังต้นขั้วและเผยให้เห็นข้อมูลของผู้ลงคะแนนได้ว่าเลือกใคร และพรรคใด จนไปถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งด้วย โดยการเรียกร้องของประชาชนในขณะนี้ได้เลยจุดที่ กกต.นับคะแนนใหม่ไปแล้ว เพราะไปจนถึงให้มีการจัดเลือกตั้งใหม่
ด้านเครือข่าย We Watch วันนี้จะออกมาแถลงจุดยืนกับเครือข่ายภาคประชาชน และเรียกร้องกกต. ให้รับผิดชอบต่อการจัดเลือกตั้ง ณ สำนักงานกกต. (ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ) และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัด
หลังจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นายธนู รุ่งโรจน์เรืองฉาย หรือ ทนายชา ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อศาลปกครองกลาง ซึ่งศาลฯ รับเรื่องและออกหมายเลขคดีแล้ว
ขณะที่พรรคไทยสร้างไทย เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
ส่วนพรรคประชาชนมอบหมายให้ นพ. วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย รวบรวมข้อเท็จจริง ทำคำร้อง ยื่นฟ้องศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ดำเนินคดีกับ กกต.และเลขา กกต. ตามมาตรา 157
ประเด็นด้านเศรษฐกิจและธุรกิจ
- สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ แถลงภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 และสรุปภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2568 รวมถึงประเมินแนวโน้มในปี 2569 ซึ่งต้องรอติดตามว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDG) ของไทยในไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา จะเติบโตได้ถึง 1% หรือไม่ จากที่รัฐบาล “อนุทิน 1” ส่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายตัวลงไปกระหน่ำเพื่อหวังดึง GDP ในช่วงไตรมาส 4/68 ให้ขยับขึ้นจากการติดหล่มเศรษฐกิจ ท่ามกลางปัจจัยลบต่าง ๆ ที่เข้ามารุมเร้าไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าเงินบาทแข็ง ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดจนปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งนี้ จากการแถลงของสภาพัฒน์ในรอบที่แล้วเมื่อเดือน พ.ย. 68 สภาพัฒน์ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 68 จะขยายตัวได้ที่ราว 2.0% พร้อมคาดการณ์ว่าในปี 69 เศรษฐกิจไทย จะขยายตัวได้ในช่วง 1.2-2.2%
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จัดกิจกรรม Opportunity Day รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 4/68 และทั้งปี 68 ได้แก่ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) และ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC)
ภารกิจผู้บริหารกรุงเทพมหานคร (กทม.)
- นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเปิดงาน “EV เพื่อพี่วิน” ส่งเสริมการใช้จักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะไฟฟ้า ณ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น)
- นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่เขตลาดพร้าว ณ อาคารสำนักงานเขตลาดพร้าว
- นายธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัด กทม. เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนาและศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาศักยภาพการบริหารงานปกครอง และเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “เทคนิคการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ” ณ โรงแรมเดอะทวิน ทาวเวอร์
- น.ส.กนกวรรณ เอี่ยมลิ้ม รองปลัด กทม. ร่วมพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เนื่องในวันตรุษจีน ประจำปี 2569 ณ บริเวณหน้าหอพระพุทธนวราชบพิตร
- นางเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัด กทม. รณรงค์ลดควันธูปจากการเผากระดาษในศาลช่วงเทศกาลตรุษจีน 2569 ณ ศาลเจ้าเล่าปูนเถ้ากง และศาลเจ้ากวงเอี๊ยะ (ศาลเจ้าพ่อม้า) เขตสัมพันธวงศ์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ก.พ. 69)





