
ไบต์แดนซ์ (ByteDance) ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากจีน ออกแถลงการณ์วันนี้ (16 ก.พ.) ยืนยันว่าบริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตบนซีแดนซ์ 2.0 (Seedance 2.0) ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างวิดีโอด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากบรรดาสตูดิโอภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ รวมถึงดิสนีย์ (Disney) ขู่ว่าจะดำเนินการทางกฎหมาย โดยวิดีโอที่สร้างจาก Seedance 2.0 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กำลังกลายเป็นกระแสไวรัลในจีน โดยมีคลิปวิดีโอหนึ่งที่แสดงภาพทอม ครูซ กับแบรด พิตต์ กำลังต่อสู้กัน ทั้งนี้ AI รุ่นดังกล่าวมักถูกนำไปเปรียบเทียบกับดีปซีค (DeepSeek) และได้รับคำชมอย่างมากในด้านความสามารถในการสร้างเส้นเรื่องที่มีคุณภาพระดับภาพยนตร์ได้โดยใช้เพียงคำสั่งสั้น ๆ ไม่กี่คำ
สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานโดยอ้างรอยเตอร์ว่า ดิสนีย์ได้ส่งหนังสือเตือนให้งดเว้นการกระทำไปยังไบต์แดนซ์ โดยกล่าวหาว่าไบต์แดนซ์แอบใช้ตัวละครของดิสนีย์ในการฝึกฝนและพัฒนาระบบ Seedance 2.0 โดยไม่ได้รับอนุญาต
ดิสนีย์อ้างว่าไบต์แดนซ์ได้บรรจุคลังข้อมูลตัวละครที่ละเมิดลิขสิทธิ์จากแฟรนไชส์ชื่อดังอย่าง สตาร์ วอร์ส (Star Wars) และมาร์เวล (Marvel) ไว้ในระบบ Seedance พร้อมกล่าวหาว่า Seedance กำลังทำซ้ำ เผยแพร่ และสร้างผลงานดัดแปลงที่มีตัวละครอย่างสไปเดอร์แมน (Spider-Man) ดาร์ธ เวเดอร์ (Darth Vader) และตัวละครอื่น ๆ อีกมากมาย
ทางด้านไบต์แดนซ์ระบุในแถลงการณ์ว่า “เรากำลังดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อเสริมมาตรการป้องกันที่มีอยู่ให้รัดกุมยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานนำทรัพย์สินทางปัญญาและภาพลักษณ์ของบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต”
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Axios เป็นสื่อรายแรกที่รายงานความเคลื่อนไหวของดิสนีย์ ขณะที่นิตยสารวาไรตี (Variety) รายงานในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ค่ายพาราเมาต์ สกายแดนซ์ (Paramount Skydance) ก็ได้ส่งหนังสือเตือนถึงไบต์แดนซ์เช่นกัน
ทั้งนี้ ดิสนีย์เคยดำเนินการในลักษณะเดียวกันนี้กับ Character.AI มาแล้ว โดยสั่งให้สตาร์ตอัปรายดังกล่าวหยุดการใช้ตัวละครที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตทันที อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา ดิสนีย์ได้เซ็นสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์กับค่ายโอเพนเอไอ (OpenAI) เพื่อเปิดทางให้สตาร์ตอัปรายนี้สามารถนำตัวละครจากแฟรนไชส์สตาร์ วอร์ส, พิกซาร์ (Pixar) และมาร์เวล ไปใช้ในเครื่องมือสร้างวิดีโอของโอเพนเอไออย่างโซรา (Sora) ได้อย่างถูกต้อง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ก.พ. 69)





