ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก กลุ่มการเงิน-เฮลท์แคร์หนุนตลาด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันอังคาร (17 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มการเงินและเฮลท์แคร์ ขณะที่นักลงทุนติดตามความคืบหน้าการเจรจาทางภูมิรัฐศาสตร์ และประเมินผลกระทบจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาจเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจ

  • ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 621.29 จุด เพิ่มขึ้น 2.77 จุด หรือ +0.45%
  • ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,361.46 จุด เพิ่มขึ้น 44.96 จุด หรือ +0.54%
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,998.40 จุด เพิ่มขึ้น 197.49 จุด หรือ +0.80% และ
  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,556.17 จุด เพิ่มขึ้น 82.48 จุด หรือ +0.79%

 

หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น 1.3% ต่อเนื่องจากวันจันทร์ โดยฟื้นตัวจากแรงกดดันในช่วงที่ผ่านมา แม้เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุดในปีที่แล้ว ขณะที่หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์พุ่งขึ้น 1.4% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2567 ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 1.8% ทำสถิติแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.

ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ได้รับความสนใจ หลังรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการชี้นำสำคัญ ระหว่างการเจรจานิวเคลียร์ทางอ้อมรอบที่สอง

ขณะเดียวกัน การเจรจาสันติภาพระหว่างยูเครนและรัสเซีย ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง ได้เริ่มต้นขึ้นที่นครเจนีวา โดยมุ่งเน้นประเด็นอ่อนไหวเรื่องการควบคุมดินแดน

ท่ามกลางปัจจัยดังกล่าว หุ้นกลุ่มกลาโหมลดลง 0.2% ด้านหุ้นกลุ่มพลังงานลดลง 0.6% หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงมากกว่า 1% ส่วนกลุ่มวัสดุพื้นฐานลดลง 1.6% ตามการอ่อนตัวของราคาทองคำ เงิน และทองแดง

บรรยากาศการลงทุนในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากความกังวลว่า การประยุกต์ใช้ AI อาจกดดันอัตรากำไรของธุรกิจดั้งเดิม โดยความวิตกดังกล่าวได้แผ่ขยายไปยังหลายอุตสาหกรรม รวมถึงซอฟต์แวร์ ประกันภัย และขนส่งสินค้า

นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดกำลังพยายามค้นหาว่าบริษัทใดอาจได้รับผลกระทบจาก AI พร้อมทั้งชี้ว่าตลาดเริ่มสะท้อนส่วนเพิ่มความเสี่ยง เนื่องจากยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าแต่ละบริษัทจะได้รับผลกระทบอย่างไร และจะสามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้หรือธุรกิจบางส่วนจะถูกกระทบ

อย่างไรก็ดี ตลาดยุโรปสามารถปรับตัวสวนกระแสลบของตลาดโลกได้ในวันอังคาร โดยกลุ่มที่เคยถูกเทขายหนักก่อนหน้านี้ เช่น สื่อ ประกันภัย และเทคโนโลยี ต่างปรับตัวขึ้นราว 0.8% ถึง 0.9%

บริษัท Antofagasta รายงานกำไรหลักประจำปีพุ่งขึ้น 52% อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นร่วงลง 3.4% โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าเงินปันผลออกมาต่ำกว่าคาด และราคาทองแดงลดลงในวันอังคาร

หุ้น Avolta พุ่งขึ้น 5% หลัง UBS ปรับคำแนะนำลงทุนหุ้นของผู้ค้าปลีกสินค้าเพื่อการเดินทางรายนี้ของสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นสู่ระดับ “ซื้อ” จากเดิมที่ระดับ “ถือ”

หุ้น BFF Bank ร่วงลง 11.8% แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ หลังมีรายงานว่าอยู่ระหว่างการสอบสวนกรณีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทำบัญชีเท็จของธนาคาร

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 69)