เงินบาทเปิด 31.30 ลุ้นข้อมูลศก.สหรัฐ-ถ้อยแถลงจนท.เฟด คาดกรอบวันนี้ 31.15-31.40

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ที่ระดับ 31.30 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากปิดเมื่อวานที่ระดับ 31.23 บาท/ดอลลาร์

โดยตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาททยอยอ่อนค่าลงในลักษณะ Sideways Up สอดคล้องกับการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงิน ดอลลาร์ อีกทั้งยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้บรรดาผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลด ความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมถึงภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน และสถานการณ์ ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มทยอยคลี่คลายลง

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท แม้ว่าในช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทจะทยอยอ่อนค่ามากกว่าที่ประเมินไว้ แต่การอ่อนค่าของเงิน บาทอาจถูกชะลอลง โดยอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่เพิ่มเติม อีกทั้งในช่วงนี้ ปริมาณการทำธุรกรรมใน ตลาดการเงินเบาบางลงบ้างในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน

คืนนี้ ตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน และข้อมูลตลาดบ้านในเดือนธ. ค. พร้อมทั้งรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด

นายพูน มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.15-31.40 บาท/ดอลลาร์

 

ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 153.40 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 152.92/93 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1840 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1846/1847 ดอลลาร์/ยูโร

– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท.อยู่ที่ระดับ 31.231 บาท/ดอลลาร์

– ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (17 ก. พ.) โดยนักลงทุนจับตารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้

– คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินเฟด จะเปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนม.ค.ในวันนี้ ส่วนกระทรวงพาณิชย์ สหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนี PCE ในวันศุกร์ที่ 20 ก.พ. โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับ การเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

– ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาชิคาโก กล่าวว่า เฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกหลายครั้งในปีนี้ หากเงิน เฟ้อลดลงสู่เป้าหมาย 2% ของเฟด พร้อมมองว่า หากเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลงสู่ 2% อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ราว 3% ถือเป็นเป้าหมายชั่ว คราวของระดับอัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลาง ทำให้เฟดจะต้องลดดอกเบี้ยอีก 2-3 ครั้ง ๆ ละ 0.25%

– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์ก ปิดร่วงลงในวันอังคาร (17 ก.พ.) เนื่องจากสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐ อเมริกาและอิหร่านได้ทำให้นักลงทุนลดความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ เป็นอีกปัจจัยที่ ทำให้มีแรงเทขายในตลาดทองคำ

– กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า ญี่ปุ่นควรหลีกเลี่ยงการปรับลดภาษีการบริโภค โดยเตือนว่ามาตรการที่ไม่ ได้มุ่งเป้าเฉพาะเจาะจงเช่นนี้ เพื่อรับมือกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น อาจทำให้สถานะทางการคลังของประเทศทรุดตัวลงมากขึ้น ทั้งนี้ คำ เตือนดังกล่าว มีขึ้นขณะที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น มีเป้าหมายที่จะระงับการจัดเก็บภาษี 8% สำหรับอาหารและเครื่องดื่มเป็นเวลา 2 ปี

– การเจรจาไตรภาคีระหว่างสหรัฐฯ-รัสเซีย-ยูเครน ที่นครเจนีวาได้เสร็จสิ้นลงแล้วเมื่อวานนี้ ก่อนที่ทั้ง 3 ฝ่ายจะเริ่ม การเจรจาเป็นวันที่ 2 ในวันนี้ ซึ่งการเจรจาดังกล่าว ถูกมองว่าเป็นบททดสอบว่าแนวทางการทูตของสหรัฐฯ จะสามารถนำพากระบวนการ เจรจาไปไกลกว่าการแลกเปลี่ยนด้านมนุษยธรรม ไปสู่การทำข้อตกลงหยุดยิงในวงกว้างได้หรือไม่

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 69)