น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $2.86 คาดภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียดกระทบอุปทาน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 4% ในวันพุธ (18 ก.พ.) หลังจากนักลงทุนประเมินว่าอุปทานน้ำมันอาจเผชิญภาวะชะงักงัน อันเนื่องมาจากข้อพิพาทระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน รวมทั้งการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ปิดฉากลงโดยไม่มีความคืบหน้า

  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 2.86 ดอลลาร์ หรือ 4.59% ปิดที่ 65.19 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 2.93 ดอลลาร์ หรือ 4.35% ปิดที่ 70.35 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

การเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่นครเจนีวาได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ทั้งสองฝ่ายเปิดเผยผลการเจรจาที่แตกต่างกัน โดยเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า อิหร่านยังไม่ได้ยอมรับข้อเรียกร้องหลักของสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ ได้ให้เวลา 2 สัปดาห์แก่อิหร่านเพื่อลดช่องว่างความเห็นที่แตกต่างกันของทั้งสองฝ่าย

นอกจากนี้ แวนซ์กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงสงวนสิทธิ์ในการใช้กำลังทหาร หากแนวทางการทูตไม่สามารถหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้ ขณะที่สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า หากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ก็จะเป็นการโจมตีครั้งใหญ่และกินเวลานานหลายสัปดาห์ โดยมีลักษณะใกล้เคียงกับการทำสงครามเต็มรูปแบบ มากกว่าที่จะใช้ปฏิบัติการจู่โจมอย่างรวดเร็วแบบที่ใช้ในการจับกุมตัวนิโคลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา

นักวิเคราะห์จากบริษัท Price Futures Group กล่าววา ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 3 ดอลลาร์ในระหว่างวัน หลังมีรายงานว่าอิสราเอลได้ยกระดับการเฝ้าระวัง ภายหลังจากมีสัญญาณบ่งชี้มากขึ้นว่าสหรัฐฯ อาจโจมตีอิหร่าน

ขณะที่ Eurasia Group ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงทางการเมือง คาดการณ์ว่า มีความเป็นไปได้ถึง 65% ที่สหรัฐฯ จะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านภายในสิ้นเดือนเม.ย.นี้

ส่วนการเจรจาไตรภาคีระหว่างสหรัฐฯ รัสเซีย และยูเครนที่นครเจนีวาได้เสร็จสิ้นลงในวันพุธโดยไม่ได้ส่งสัญญาณถึงความคืบหน้าในการยุติสงคราม และไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของการเจรจา หรือมีการบรรลุข้อตกลงใดหรือไม่

สำนักข่าว RIA Novosti รายงานว่า ไม่มีเอกสารใดถูกลงนามในการเจรจาครั้งนี้

ด้านวลาดิเมียร์ เมดินสกี หัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายรัสเซีย กล่าวว่า การเจรจาเป็นไปอย่างยากลำบาก ในขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนกล่าวว่า ยูเครนและรัสเซียยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในประเด็นหลัก พร้อมกับกล่าวว่าชะตากรรมของดินแดนที่ถูกยึดครองในภาคตะวันออกของยูเครน และสถานะในอนาคตของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซีย ซึ่งถูกกองกำลังรัสเซียยึดครองนั้น ยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ก.พ. 69)