ทองปิดพุ่ง $103.60 ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์หนุนแรงซื้อ

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% ในวันพุธ (18 ก.พ.) และกลับมายืนเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง เนื่องจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 103.60 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดที่ 5,009.50 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย โดยรายงานระบุว่าการเจรจาไตรภาคีวันที่ 2 ที่นครเจนีวาระหว่างสหรัฐฯ รัสเซีย และยูเครนได้เสร็จสิ้นลงในวันพุธโดยไม่ได้ส่งสัญญาณถึงความคืบหน้าในการยุติสงคราม และไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของการเจรจา หรือมีการบรรลุข้อตกลงใดหรือไม่

ส่วนการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่นครเจนีวาได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า อิหร่านยังไม่ได้ยอมรับข้อเรียกร้องหลักของสหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ ได้ให้เวลา 2 สัปดาห์แก่อิหร่านเพื่อลดช่องว่างความเห็นที่แตกต่างกันของทั้งสองฝ่าย

นอกจากนี้ แวนซ์กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงสงวนสิทธิ์ในการใช้กำลังทหาร หากแนวทางการทูตไม่สามารถหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้ ขณะที่สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า หากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ก็จะเป็นการโจมตีครั้งใหญ่และกินเวลานานหลายสัปดาห์ โดยมีลักษณะใกล้เคียงกับการทำสงครามเต็มรูปแบบ มากกว่าที่จะใช้ปฏิบัติการจู่โจมอย่างรวดเร็วแบบที่ใช้ในการจับกุมตัวนิโคลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 27-28 ม.ค. โดยระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันในการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันดังกล่าว แต่ยังคงมีความเห็นต่างเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยมีกรรมการเฟดหลายรายเตือนว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่กรรมการรายอื่น ๆ มีการถกเถียงกันว่าควรจะปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมเมื่อใดและจำเป็นหรือไม่

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PCE จะเพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.8% ในเดือนพ.ย. และคาดว่าดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 3.0% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.8% ในเดือนพ.ย.

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ก.พ. 69)