“ประเสริฐ” ยันคำให้การ DSI คดีสแกนม่านตา ไม่มีข้อความที่ทำให้ “ธรรมนัส” เสียหาย

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารคำให้การต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อตรวจสอบกรณีธุรกิจสแกนม่านตา แลกเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ภายใต้ MOU ระหว่างกระทรวงดีอี กับบริษัท ไพรม์ ออพ พอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วีซีซี ของประเทศสิงคโปร์ ว่า ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด หรือคำให้การที่ตนได้ให้ไว้กับดีเอสไอ เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งดีเอสไอ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ขอยืนยันว่า ในคำให้การไม่มีการพูดในเรื่องที่ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้รับความเสียหายอย่างแน่นอน

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ส่วนรายละเอียด MOU ที่ปรากฏเป็นข่าว และอาจจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิด หรือมีการพยายามสร้างความเข้าใจว่า ใน MOU เกี่ยวข้องกับการสแกนม่านตา เพื่อนำไปแลกกับเงินดิจิทัลฯ นั้น ขอยืนยันว่า ใน MOU ไม่มีรายละเอียดเรื่องสแกนม่านตา แต่เป็นเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด แต่กลับมีความพยายามที่จะผูกให้มีการเชื่อมโยงเรื่องสแกนม่านตาเข้ามา

ส่วนการนำเอกสารที่เป็นความลับของราชการออกมาเปิดเผย ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเอกสารจริงหรือปลอมนั้น นายประเสริฐ มองว่าเป็นเรื่องทางการเมือง ซึ่งไม่ทราบวัตถุประสงค์ว่าต้องการอะไร แต่ในเมื่อมีชื่อตนเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็จำเป็นต้องออกมาชี้แจง พร้อมมองว่า ข่าวดังกล่าวซึ่งออกมาในช่วงการจัดตั้งรัฐบาลด้วยนั้น เชื่อว่าเป็นการทำกันเป็นระบบ เพื่อหวังให้เป็นประเด็นทางการเมือง

อย่างไรก็ดี ยังไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้กับ ร.อ.ธรรมนัส แต่ยืนยันว่า คำให้การของตนต่อดีเอสไอ ไม่ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด และย้ำด้วยว่า รายละเอียดใน MOU ดังกล่าว ได้รับคำแนะนำและชี้แนะจากคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงการต่างประเทศแล้ว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ก.พ. 69)