ราคายางโลกปี 69 แนวโน้มแข็งแกร่ง เหตุปริมาณการผลิตยังต่ำกว่าความต้องการ

สมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ (ANRPC) มองว่า ราคายางพาราในตลาดโลกปีนี้จะยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากความต้องการใช้ยางพาราทั่วโลกมีแนวโน้มสูงกว่าปริมาณการผลิตติดต่อกันเป็นปีที่ 6 โดยการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และประเทศพัฒนาแล้วส่งผลให้การบริโภคยางพาราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การเติบโตของผลผลิตยังคงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ อันเนื่องมาจากปัจจัยลบหลายประการ อาทิ สภาพอากาศ และโรคระบาด

ANRPC คาดการณ์ว่า ปริมาณการผลิตยางพาราโลกในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัว 2.4% แตะระดับ 15.2 ล้านตัน หลังจากเติบโตเล็กน้อยที่ 1.4% ในปี 2568

สำหรับสถานการณ์ในประเทศผู้ผลิตรายใหญ่นั้น คาดว่าผลผลิตในประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ผลิตอันดับหนึ่งของโลก จะทรงตัวในปีนี้ ขณะที่ผู้ผลิตอันดับสองอย่างอินโดนีเซีย มีแนวโน้มผลผลิตลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2565 เนื่องจากปัญหาราคาที่เคยตกต่ำ โรคระบาดในต้นยาง และการเปลี่ยนพื้นที่ไปปลูกปาล์มน้ำมันแทน สวนทางกับไอวอรีโคสต์ ที่เตรียมก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตอันดับสามของโลกแซงหน้าเวียดนาม เนื่องจากการขยายพื้นที่ปลูกยางอย่างต่อเนื่องและเกษตรกรรายย่อยมีความสามารถในการผลิตที่อยู่ในระดับสูง

ทางสมาคมเผยกับรอยเตอร์ว่า แม้ราคายางปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ปี 2568 แต่การเติบโตของผลผลิตกลับต่ำกว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากข้อจำกัดจากสภาพอากาศแปรปรวน การปลูกทดแทนต้นยางที่มีอายุมากซึ่งทำได้จำกัด และประสิทธิภาพการผลิตที่ลดลงของเกษตรกรรายย่อยหลังเผชิญภาวะราคาตกต่ำมานานหลายปี นอกจากนี้ พื้นที่สวนยางในหลายประเทศยังต้องรับมือกับการระบาดของโรคใบร่วงอย่างหนัก ซึ่งสร้างความเสียหายต่อผลผลิตในบางพื้นที่สูงถึง 30-35%

ในขณะที่ฝั่งความต้องการในตลาดโลก คาดว่าความต้องการจากจีน สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นในยุโรป และตัวเลขการขนส่งยางรถยนต์ที่แข็งแกร่งในสหรัฐฯ รวมถึงอานิสงส์จากข้อตกลงทางการค้าระหว่าง EU-อินเดีย และสหรัฐฯ-อินเดีย ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง ตลอดจนมาตรการสนับสนุนการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลจีนที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

โดยภาพรวมความต้องการยางโลกในปี 2569 คาดว่าจะเติบโต 1.7% แตะที่ระดับ 15.6 ล้านตัน ขณะที่ผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดอย่างจีนและอินเดีย จะมีความต้องการเพิ่มขึ้น 1.7% และ 3.6% ตามลำดับ

สภาวะความไม่สมดุลระหว่างปริมาณการผลิตกับความต้องการใช้ยาง จะเป็นแรงผลักดันให้ราคายางในตลาดโลกยังคงแข็งแกร่ง โดยราคายางอ้างอิงที่ตลาดโตเกียวปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 3% ในปีนี้ หลังจากที่เคยพุ่งสูงถึง 46% ในปี 2567 ทำให้ยางเป็นหนึ่งในสินค้าโภคภัณฑ์ที่ราคาพุ่งสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในปีนั้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ก.พ. 69)