HILITE: BTS ร่วง 5.22% โบรกฯปรับกำไรปี 69-70 ลง รับขาดทุนอาคารสนง.ใหม่-สายสีชมพูและเหลืองยังสูง

BTS ร่วง 5.22% มาที่ 2.54 บาท ลดลง 0.14 บาท มูลค่าซื้อขาย 189.19 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.55 น. จากราคาเปิด 2.66 บาท ราคาสูงสุด 2.68 บาท ราคาต่ำสุด 2.54 บาท

บล.กรุงศรี ระบุว่า ราคาหุ้นบมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ [BTS] ที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงดูเหมือนจะสะท้อนปัจจัยลบจากผลประกอบการที่อ่อนแอใน 3QFY26 (ต.ค.-ธ.ค.68) และช่วงหลังจากนั้นไปแล้ว ดังนั้น เราจึงปรับประมาณการกำไรลง เพื่อรวมผลประกอบการที่แย่ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลขาดทุนที่มีนัยสำคัญจากอาคารสำนักงานแห่งใหม่ เรายอมรับว่าประมาณการใหม่ของเราได้รวมผลขาดทุนจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง และล่าสุดคืออาคารแห่งใหม่

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันของ BTS ไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงเกินไป โดยซื้อขายต่ำกว่า -2SD เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายลดลงเหลือ 4 บาท

จากการเข้า Conference call ที่จัดขึ้นโดย BTS เพื่อสรุปผลการดำเนินงานงวด 3QFY26 และแนวโน้มสำหรับไตรมาสที่เหลือของปี FY26F รวมถึงในระยะถัดไป มุมมองหลังการประชุมเป็นลบเล็กน้อยต่อแนวโน้มในอีก 2-3 ปี ประเด็นสำคัญจากการประชุมมีดังนี้

1. บริษัทระบุว่าผลการดำเนินงานใน 3QFY26 ถูกฉุดโดยปัจจัยลบหลายประการ ซึ่งรวมถึงผลขาดทุนอย่างต่อเนื่องจากสายสีชมพูและสายสีเหลือง ส่วนแบ่งขาดทุนจากอาคารมิกซ์ยูสแห่งใหม่ของ BTS ที่ชื่อ “BTS Visionary Park” ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สถานีหมอชิต และผลขาดทุนจากบริษัทร่วม (JMART และโรงเรียนนานาชาติ VERSO ซึ่งถือหุ้นโดย Rabbit Holding) ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากสายสีชมพูและสายสีเหลืองยังคงอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 400 ล้านบาทรวมกันใน 3QFY26

ขณะที่ BTS Visionary Park รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุน 200 ล้านบาทใน 3QFY26 ผลขาดทุนจากสายสีชมพูและสายสีเหลืองยังไม่สามารถตัดออกไปได้ เนื่องจากต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่จำนวนผู้โดยสารจะถึง 200,000 เที่ยวต่อวัน เพื่อให้ถึงจุดคุ้มทุนในระดับกำไรสุทธิ สำหรับ BTS Visionary Park อัตราการเช่าอยู่ที่ 40% ณ งวด 3QFY26 โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 ปีในการเข้าสู่ช่วงที่มีกำไร

2. บริษัทได้อัปเดตข้อมูลการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์จองและกระบวนการอนุมัติเบื้องต้นสำหรับโครงการคอนโดมิเนียม “บ้านเคหะสุขประชา” โดย BTS ได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2026 จนถึง 20 กุมภาพันธ์ 2026 บริษัทเปิดเผยว่าความต้องการคอนโดมิเนียมสูงเป็น 2 เท่าของ จำนวนห้องที่มีอยู โดยเฉพาะในโครงการย่านศรีนครินทร์ที่ชื่อ “D: CODE”

3. จะมีโครงการต่างๆ อีกมากมายในแผนงานช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งรวมถึงการลงทุนใน “บ้าน เคหะสุขประชา” และการลงทุนในโครงการสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก แต่ละโครงการต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล ปัจจุบันอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้น (เมื่อหักหนี้สินจาก กทม.) อยู่ที่ประมาณ 0.7x โดยมีข้อกำหนดสิทธิอยู่ที่ 2.5x ซึ่งทำให้ บริษัทมีช่องว่างในการกู้ยืมเงินได้อีกประมาณ 2.48 แสนล้านบาท เนื่องจากทั้ง 2 โครงการนี้จะเปิดตัวทีละเฟส ภาระด้านเงินทุนจึงจะกระจายตัวออกไปหลายปี ทำให้ลดความเสี่ยงประเด็น เรื่องการเพิ่มทุนในระยะนี้

ดังนั้น เราจะทบทวนประมาณการกำไรในปี69 โดยเราได้รวมส่วนแบ่งผลขาดทุนประมาณ 800 ล้านบาทต่อปี (หรือ 200 ล้านบาทต่อไตรมาส) จากโครงการ BTS Visionary Park ในปี FY26F และ 714 ล้านบาทในปี FY27F จากประมาณการใหม่ของเรา เราคาดการณ์ผลขาดทุนหลักที่ 2.7 พันล้านบาทในปี 69 และ คาดว่าผลขาดทุนจะลดลงเหลือ 2 พันล้านบาทในปี 70 โดยได้รับแรงหนุนจากการประหยัด ค่าใช้จ่าย SG&A ที่ดีขึ้น

คงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 4 บาท จาก 4.42 บาท เพื่อสะท้อนการปรับประมาณการกำไรของ BTS โดยเฉพาะจากโครงการ BTS Visionary Park แม้จะมีการปรับลดราคาเป้าหมาย แต่เรายังคงมองว่ามูลค่าหุ้นปัจจุบันของ BTS ไม่แพง โดยซื้อขายอยู่ที่ระดับ -2SD ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี เรายังคงคาดหวังว่าการพลิกฟื้นของกระแสเงินสด จากการชำระหนี้ของ กทม. จะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และอาจส่งผลให้มีการจ่ายเงินปันผลเป็นครั้งแรก หลังจากที่งดจ่ายปันผลมาเป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่ปี 66

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ก.พ. 69)