
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าลดลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (20 ก.พ.) ตามทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปรับตัวลงเมื่อวานนี้จากแรงขายหุ้นในกลุ่มบริษัทไพรเวทอิควิตี (Private Equity) รวมทั้งปัจจัยลบจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา
- ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 56,726.73 จุด ลดลง 741.10 จุด หรือ -1.29% และ
- ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 26,544.62 จุด ลดลง 161.32 จุด หรือ -0.60%
- ตลาดหุ้นจีนยังคงปิดทำการตลอดสัปดาห์นี้ และปิดต่อเนื่องไปจนถึงวันจันทร์ที่ 23 ก.พ. เนื่องในเทศกาลตรุษจีน
- ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดลง 0.09%
- ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 1.79% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มประกันภัยและกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
บรรดานักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากมีความเป็นไปได้มากขึ้นว่าสหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่าน โดยล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะตัดสินใจภายในอีก 10 วันข้างหน้าว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านหรือไม่
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ก.พ. 69)





