
นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สุพรีม ดิสทิบิวชั่น [SPREME] เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2568 (สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568) บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,567.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 697.70 ล้านบาท หรือ 80.22% มีกำไรสุทธิ 160.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.86 ล้านบาท หรือ 17.40% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้น 19.29%
ทั้งนี้ ในไตรมาส 4/68 บริษัทฯ มีรายได้รวม 956.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 806.01 ล้านบาท หรือ 537.05% และมีกำไรสุทธิ 89.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.17 ล้านบาท หรือ 379.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการรับรู้รายได้จากโครงการขนาดกลาง ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายและติดตั้ง ทั้งโครงการให้เช่าอุปกรณ์แก่หน่วยงานภาครัฐด้านการศึกษา และโครงการให้เช่าอุปกรณ์แก่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงรายได้จากการให้บริการ จากสัญญาให้เช่าระยะยาวแก่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่ได้ส่งมอบและเริ่มระยะเวลาการเช่าในช่วงกลางปี 2567 เป็นต้นมา นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการให้บริการพัฒนาศูนย์ให้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะที่ได้เริ่มโครงการในเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีสัญญาขายสินค้าและให้บริการรอส่งมอบและรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ทั้งสิ้น 3,991.04 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยส่งมอบและรอรับรู้รายได้ภายในปี 2569 ประมาณ 971.78 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปี 2570-2574 ซึ่ง Backlog ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นสัญญาเช่าที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ (Mega project) ที่อยู่ระหว่างทำสัญญาและส่งมอบอุปกรณ์
สำหรับแผนการดำเนินงานธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการดำเนินโครงการในฐานะคู่สัญญากับหน่วยงานภาครัฐ และโครงการที่สร้างรายได้ประจำต่อเนื่อง (Recurring Income) โดยจะเน้นรักษาฐานลูกค้าเดิม และเพิ่มลูกค้าหน่วยงานใหม่ๆ มากขึ้น รวมถึงการเสนอสินค้าและบริการที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชนให้ครอบคลุมระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างรอบด้าน ไปจนถึงโครงการที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ และปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมไทย
ล่าสุด บริษัทฯ มีความคืบหน้าการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ หลังจากบริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นให้ลงทุนในสินทรัพย์ถาวร เพื่อเข้าร่วมประมูลงานโครงการขนาดใหญ่แล้ว โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ ได้เข้าร่วมประมูลและได้รับการประกาศเป็นผู้ชนะทั้งสิ้น 18 โครงการ มูลค่าสัญญารวม 3,663.39 ล้านบาท และส่งมอบภายในปี 2568 จำนวน 9 โครงการ มูลค่ารวม 1,365.90 ล้านบาท จะทยอยรับรู้รายได้ตลอดระยะเวลาสัญญาเช่า 5 ปี ซึ่งการได้รับงานครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและราชการ ที่ไว้วางใจในศักยภาพการส่งมอบโซลูชั่นด้าน IT ครบวงจรของบริษัทฯ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ก.พ. 69)





