
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อกำหนดภาษีนำเข้าในอัตรา 10% สำหรับสินค้าจากทุกประเทศ ตามที่เขาโพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในวันศุกร์ (20 ก.พ.)
ทรัมป์ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้เกือบจะทันที
ทั้งนี้ ทรัมป์ลงนามคำสั่งดังกล่าวหลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 6-3 ประกาศยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรของทรัมป์ในวันศุกร์
ในคำตัดสินความยาว 170 หน้า ศาลมีคำวินิจฉัยว่า กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ได้ให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากรแต่อย่างใด โดยกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับมาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมเงินทุนในช่วงที่เกิดภาวะฉุกเฉินแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามจากต่างประเทศ
ก่อนหน้านี้ ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ มีคำสั่งระงับการบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรทั้งหมด โดยชี้ว่าปธน.ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมาย IEEPA โดยศาลระบุว่า อำนาจในการบังคับใช้ภาษีดังกล่าวเป็นของสภาคองเกรส ไม่ใช่ของประธานาธิบดี
ต่อมา ศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยยืนตามคำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศ โดยให้เพิกถอนมาตรการภาษีส่วนใหญ่ เนื่องจากปธน.ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตของ IEEPA
คำวินิจฉัยของศาลฎีกาจะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องคืนเงินภาษีมูลค่ากว่า 1.335 แสนล้านดอลลาร์ หรือราว 4.2 ล้านล้านบาท ที่ได้เรียกเก็บจากบริษัทหรือประเทศที่ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.พ. 69)





