ชาติอาหรับรุมประณามทูตสหรัฐฯ หลังชี้อิสราเอลมี “สิทธิตามไบเบิล” ในการครองตะวันออกกลาง

สันนิบาตอาหรับพร้อมด้วยพันธมิตรอย่างอียิปต์และซาอุดีอาระเบีย ร่วมกันออกโรงประณาม ไมค์ ฮัคคาบี เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำอิสราเอล หลังให้สัมภาษณ์ว่าอิสราเอลมี “สิทธิตามพระคัมภีร์ไบเบิล” ในการครอบครองพื้นที่ตะวันออกกลางทั้งหมด โดยชี้ว่าท่าทีดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและบ่อนทำลายกระบวนการสันติภาพ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ประเด็นร้อนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังฮัคคาบีไปให้สัมภาษณ์ในพอดแคสต์ของ ทักเกอร์ คาร์ลสัน ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.) และจุดชนวนให้เกิดข้อถกเถียงเป็นวงกว้าง โดยฮัคคาบีระบุว่าอิสราเอลมี “สิทธิตามพระคัมภีร์ไบเบิล” ในการอ้างอำนาจครอบครองพื้นที่ทั่วทั้งตะวันออกกลาง หรืออย่างน้อยก็ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของภูมิภาค พร้อมระบุเสริมว่า “ก็ไม่เห็นเป็นไร หากอิสราเอลเข้ายึดพื้นที่ทั้งหมดนั้นไว้”

ถ้อยแถลงดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างหนักจนชาติอาหรับต้องออกมาตอบโต้เมื่อวันเสาร์ (21 ก.พ.) โดย อาเหม็ด อาบูล-เกต เลขาธิการสันนิบาตอาหรับ ออกแถลงการณ์ระบุว่า คำพูดของฮัคคาบีนั้นขาดตรรกะ ไร้เหตุผล และ “ขัดต่อหลักการพื้นฐานรวมถึงบรรทัดฐานทางการทูตที่ยึดถือปฏิบัติกันมา”

อาบูล-เกตชี้ว่า คำกล่าวอ้างนี้ “มีแต่จะยิ่งกระพือความขัดแย้ง ตลอดจนปลุกปั่นอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนาและแนวคิดชาตินิยม” ในช่วงเวลาที่นานาประเทศกำลังพยายามผลักดันข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา และฉกฉวยโอกาสนี้เพื่อริเริ่มกระบวนการทางการเมืองอย่างจริงจังเพื่อปูทางไปสู่สันติภาพ

ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศอียิปต์ได้แสดงความ “ประหลาดใจอย่างยิ่ง” ต่อคำกล่าวดังกล่าว โดยประณามว่าเป็นการ “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติอย่างโจ่งแจ้ง” พร้อมย้ำจุดยืนที่อียิปต์ยึดถือมาอย่างยาวนานว่า อิสราเอล “ไม่มีอำนาจอธิปไตย” เหนือดินแดนปาเลสไตน์ที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองหรือดินแดนอาหรับอื่นใด ทั้งยังคัดค้านอย่างเด็ดขาดต่อความพยายามใด ๆ ที่จะผนวกเขตเวสต์แบงก์หรือแยกพื้นที่ดังกล่าวออกจากฉนวนกาซา

ด้านเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ทรงออกมาร่วมประณามความเห็นดังกล่าวเช่นกัน โดยระบุว่าท่าทีของทูตสหรัฐฯ สร้างบรรทัดฐานที่อันตราย และสะท้อนให้เห็นถึงการละเลยความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับชาติต่าง ๆ ในภูมิภาค

“วาทกรรมสุดโต่งเช่นนี้อาจนำไปสู่ผลกระทบที่ร้ายแรงตามมา ทั้งยังเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ เนื่องจากเป็นการสร้างความบาดหมางกับประเทศและประชาชนในภูมิภาค ตลอดจนบ่อนทำลายรากฐานของระเบียบโลก” รมว.ต่างประเทศซาอุฯ ระบุผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ก.พ. 69)