INTERVIEW: กสทช.กางแผนทางรอด”ทีวีดิจิทัล” ตีคู่แพลตฟอร์มระดับชาติ

ทุกวันนี้เรายังดูฟรีทีวีกันอยู่ไหม? บางคนอาจไม่แตะเลย เพราะต้องยอมรับว่าพฤติกรรมของผู้ชมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป หันออกจากผังรายการทีวีเดิมๆ ที่เคยคุ้นเคยมาชมสตรีมมิ่งออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Netflix , Youtube, FacebookLive ที่แย่งพื้นที่มากขึ้น ทำให้ภาพธุรกิจทีวีดิจิทัลไทยอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ เม็ดเงินโฆษณาน้อยลงไปและรายได้ลดลงไปมาก

ขณะที่ผู้กำกับดูแล คือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก็พยายามหาทางรอดให้กับธุรกิจทีวีดิจิทัล ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้ใบอนุญาตมาแล้วกว่า 12 ปีแล้วและใบอนุญาตใกล้สิ้นสุดในปี 72 ดังนั้น การวางโรดแมปทีวีดิจิทัลครั้งใหม่นี้ จึงต้องคำนึงถึงหลายๆ มิติ

ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. กล่าวกับ “อินโฟเควสท์” ว่า Roadmap กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย พ.ศ.2569-2573 อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะกรรมการ กสทช.โดยคาดว่าในวันที่ 17 มี.ค.นี้ที่ประชุมจะพิจารณาวาระนี้ หลังจากที่เลื่อนมาจากครั้งก่อนหน้าในเดือน ม.ค.69

ในไตรมาส 2/69 คาดว่าจะเห็นความชัดเจนของอนาคตทีวีดิจิทัลว่าจะมีจำนวนใบอนุญาตช่องรายการเท่าไหร่ อายุใบอนุญาต และจำนวน MUX เป็นต้น ซึ่งทางสำนักงาน กสทช.ยังคงมองเรื่องทีวีดิจิทัลในกรอบเดิม ทั้งเรื่องช่องรายการ ผู้ให้บริการโครงข่าย (MUX)

อย่างไรก็ดี คาดว่าจำนวนใบอนุญาตช่องรายการน่าจะน้อยลงแน่ๆ จากเดิมมี 48 ช่อง แบ่งเป็นช่องรายการธุรกิจ 24 ช่อง ช่องทีวีชุมชน 12 ช่อง และช่องทีวีสาธารณะ 12 ช่อง ปัจจุบันเหลือช่องรายการธุรกิจเพียง 14 ช่อง และช่องทีวีสาธารณะ 4-5 ช่อง ส่วนช่องชุมชนยังไม่เคยเกิดขึ้นเลย

“ถ้าดูความเป็นไปได้จริงๆ เนื่องจากว่าพฤติกรรมรับชมตอนนี้หลากหลายมาก คนมีทางเลือกเยอะ ช่องทีวีพื้นฐานอาจไม่จำเป็นต้องเท่าเดิม ต้องน้อยลง”ดร.พิรงรอง กล่าว

สำหรับเกณฑ์การประมูลใบอนุญาตจะกำหนดในปี 70 แต่เห็นว่าควรจะชัดเจนภายในปี 69 นี้ ด้วยการกำหนดราคาประมูลขั้นต่ำ อย่างไรก็ดี ไม่ควรตั้งราคาประมูลสูงเดินไป เพราะกิจการโทรทัศน์ก็สูญเสียรายได้โฆษณาไปมากพอสมควร หากราคาประมูลไม่สูงจะช่วยประคับประคองผู้ประกอบการอยู่รอดกันได้ และสามารถสร้างสรรค์ช่องรายการดีๆ ออกมาสู่สาธารณะ ทั้งนี้ คาดว่าจะเข้าสู่ขั้นตอนการประมูลจริง ๆ กันในปี 71

ขณะเดียวกัน ก็มีแนวคิดจากที่เห็นพฤติกรรมของผู้ชมที่เปลี่ยนแปลงไป อาจมีแพลตฟอร์มระดับชาติ (National Streaming Platform) ที่จะรวมช่องทีวีดิจิทัลไว้ และรวมโฆษณา รวมถึงข้อมูลผู้ชมว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้การเข้าถึงของผู้ชมไปยังช่องรายการได้มากขึ้นด้วย

3 แนวทางที่ศึกษาอยู่ ได้แก่ 1.MUX เป็นผู้ดำเนินการและมีช่องรายการมาร่วม 2.ผู้ประกอบการช่องรายการจับมือกับผู้ประกอบการโทรคมนาคม หรือ 3.ให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมเป็นผู้ดำเนินการเอง

ดร.พิรงรอง มองว่า ฟรีทีวี หรือทีวีระดับชาติ ยังคงจำเป็น เปรียบเสมือนกับ 30 บาทรักษาทุกโรคในแง่สาธารณสุข คือให้ประชาชนเข้าถึงข่าวสารที่สำคัญและรายการที่ชมเพื่อความบันเทิงหรือให้ความรู้ที่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อรับชม นอกจากนี้ ฟรีทีวี เป็นสิ่งที่เชื่อมต่อกับคนทุกวัยที่มีประสบการณ์ร่วมในการชมเนื้อหาที่มีความสนใจตรงกัน ซึ่งในปัจจุบันอาจจะยากขึ้นเพราะมีทางเลือกอื่น ๆ มากมาย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มี.ค. 69)