
ยูสเซฟ ราจจี รัฐมนตรีต่างประเทศของเลบานอนเปิดเผยในวันอังคาร (24 ก.พ.) ว่า เลบานอนได้รับคำเตือนว่า หากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผชิญหน้าใด ๆ ก็ตามที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน อาจทำให้อิสราเอลเปิดฉากถล่มโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเลบานอน
ราจจีระบุผ่านเอ็กซ์ (X) ว่า ทางการเลบานอนได้รับแจ้งว่า อิสราเอลอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ หากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เข้าแทรกแซงความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ขยายวงกว้างมากขึ้น
ราจจีระบุว่า รัฐบาลเลบานอนกำลังพยายามใช้วิธีการทางการทูตและการเมืองเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศถูกลากไปพัวพันกับสงครามระดับภูมิภาค
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ถ้อยแถลงของราจจีมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระดับภูมิภาคระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่กำลังร้อนระอุ โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ระดมกำลังทหารในตะวันออกกลางมากขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านก็เตือนว่า การโจมตีใด ๆ ก็ตามต่ออิหร่านจะจุดชนวนให้เกิดการเผชิญหน้าในวงกว้างทั่วภูมิภาค
ทั้งนี้ เลบานอนซึ่งยังคงอยู่ในช่วงฟื้นฟูประเทศจากสงครามข้ามพรมแดนระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์เมื่อปี 2567 แสดงความกังวลว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน อาจเปลี่ยนดินแดนของตนให้กลายเป็นสมรภูมิรบอีกครั้ง
แม้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และอิสราเอลจะมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2567 แล้วก็ตาม แต่กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีในเลบานอนเป็นระยะ โดยอ้างว่าเพื่อกำจัดภัยคุกคามจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ นอกจากนี้ กองกำลังอิสราเอลยังคงปักหลักในฐานที่มั่นสำคัญ 5 แห่งบริเวณชายแดนเลบานอน แม้จะเลยกำหนดเส้นตายการถอนกำลังทั้งหมดเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ปีที่ผ่านมาแล้วก็ตาม
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.พ. 69)





