“พิพัฒน์” กางแผนรับสงครามตอ.กลางยืดเยื้อ เร่งสำรองน้ำมัน โยนนายกฯ เคาะดีเซลหลังพ้นตรึงราคา 15 วัน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เปิดเผยถึงการรับมือผลกระทบของสงครามตะวันออกกลางเรื่องพลังงาน หากสถานการณ์ยืดเยื้อว่า เบื้องต้นสิ่งที่จำเป็นมากที่สุดคือการหาน้ำมันดิบเข้ามาเพื่อสำรองให้คนไทยใช้ ไม่ขาดแคลน

ดังนั้น ขณะนี้กระทรวงพลังงาน และบมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ได้มีการหาน้ำมันดิบนอกอ่าว ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 50% โดยกระทรวงพลังงานยืนยันว่า ยังสามารถซื้อต่อได้ แต่ราคาจะขึ้นไปตามกลไกตลาด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า และค่าขนส่ง ดังนั้น ในส่วนนี้จะมีการหารือกับนายกรัฐมนตรี และกระทรวงพาณิชย์ว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรม คงต้องใช้วิธีการลอยตัวส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งต้องผลักภาระไปให้ภาคอุตสาหกรรมรองรับ ซึ่งสิ่งที่กระทบตามมาคือราคาสินค้า และราคาค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจไม่กระทบเลยก็ได้ หากสามารถหาเงินที่จะเข้าสู่กองทุนและสามารถชดเชยได้ทัน ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับนโยบายของนายกรัฐมนตรีว่า หลังจากตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน นายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจอย่างไร ซึ่งคงต้องประชุมกับกระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“หน้าสถานีบริการเราสามารถเข้าไปอุดหนุนได้แน่นอน แต่ถ้าอุตสาหกรรมขอหารือก่อน ไม่แน่ว่าทางกองทุนน้ำมันอาจเข้าไปดูแลอุตสาหกรรมก็ได้ เพื่อจะดึงไม่ให้ราคาสินค้า หรือราคาค่าขนส่งขึ้นด้วยความรวดเร็ว ขึ้นอยู่กับนโยบายของนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เราเคยราคาน้ำมันสูงสุดไปถึง 34 บาท และค่อย ๆ ทยอยลดลง ดังนั้น เบื้องต้นเราต้องสะท้อนกลับว่าเราย้อนกลับไปตรงนั้นก่อนได้หรือไม่ เพราะราคาสินค้าตั้งแต่ขึ้นไปตอนนั้น ตอนนี้ยังไม่เคยลง จึงต้องหารือกับภาคอุตสาหกรรมและภาคขนส่ง และวันนี้จะมีการประชุม ศบก. ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 10.00 น.” นายพิพัฒน์ กล่าว

ส่วนมาตรการที่จะสนับสนุนพลังงานทดแทน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งที่ผ่านมา มีนโยบายว่า สำหรับดีเซล ใช้ไบโอดีเซลมาผสม 7% และจะขยับไปที่ 10% และสุดท้ายน่าจะขยับไปที่ 20% ซึ่งรถบรรทุกสามารถใช้ได้ทุกยี่ห้อ ส่วนน้ำมันเบนซิน ขณะนี้แบบผสม E20 และ E85 อย่างไรรัฐบาลก็ต้องเข้าไปแทรกแซงราคาอยู่แล้ว แต่ถ้า E10 ขอดูก่อนว่ารัฐจะเข้าไปแทรกแซงราคาหรือไม่ ส่วนน้ำมันเบนซิน 91 หรือ 95 แน่นอนว่าราคาจะลอยตัว

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 มี.ค. 69)