
ตลาดหุ้นยุโรปปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ (25 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มการเงิน หลัง HSBC ปรับเพิ่มเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อ ขณะที่ความกังวลที่ว่า โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นใหม่อาจเข้ามาดิสรัปต์ธุรกิจดั้งเดิมในเร็ว ๆ นี้นั้นเริ่มคลี่คลายลง
- ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 633.47 จุด เพิ่มขึ้น 4.33 จุด หรือ +0.69%
- ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,559.07 จุด เพิ่มขึ้น 39.86 จุด หรือ +0.47%
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,175.94 จุด เพิ่มขึ้น 189.69 จุด หรือ +0.76% และ
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,806.41 จุด เพิ่มขึ้น 125.82 จุด หรือ +1.18%
หุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้น 2.8% โดยได้แรงหนุนหลักจากหุ้น HSBC ซึ่งราคาพุ่งขึ้นเกือบ 8% ส่งผลให้ราคาหุ้นของธนาคารรายใหญ่ที่สุดของยุโรปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังปรับเพิ่มเป้าหมายกำไร ภายหลังรายงานกำไรประจำปีสูงกว่าคาด แม้มีการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษครั้งเดียวจำนวน 4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกดีขึ้น หลังสตาร์ตอัปด้าน AI จากสหรัฐฯ อย่าง Anthropic ประกาศความร่วมมือกับหลายบริษัท และเปิดตัวปลั๊กอิน AI ใหม่เมื่อวันอังคาร (24 ก.พ.) ซึ่งส่งสัญญาณว่าธุรกิจดั้งเดิมกำลังปรับตัวเข้ากับความก้าวหน้าของ AI มากกว่าจะเผชิญกับการถูกแทนที่ในทันที
ความกังวลที่ผ่อนคลายลงดังกล่าวช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านมาร์จิน และกระตุ้นความต้องการรับความเสี่ยงทั่วโลก ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคารที่เปราะบาง ซึ่งก่อนหน้านี้ร่วงลงอย่างหนักในวันอังคาร (24 ก.พ.) ท่ามกลางความผันผวนของตลาด
UBS ระบุว่า ความผันผวนมีแนวโน้มจะดำเนินต่อไปในระยะใกล้ เนื่องจากตลาดกำลังถกเถียงและพยายามประเมินมูลค่าปลายทางของบริษัทที่อาจได้รับผลกระทบจาก AI ขณะเดียวกันก็ประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเป้าหมายภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มเหมืองแร่และสาธารณูปโภคต่างแตะระดับสูงสุดตลอดกาลในวันพุธ (25 ก.พ.) โดยทำลายสถิติสูงสุดเดิมที่เคยทำไว้ในปี 2551 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการปรับขึ้นของตลาดหุ้นยุโรปที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปีก่อนกำลังขยายวงกว้างมากขึ้น
หุ้น Nordex ผู้ผลิตกังหันลมบนบก พุ่งขึ้น 17.4% สูงสุดในดัชนี STOXX 600 หลังรายงานกำไรหลักประจำปี 2568 ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
ในทางกลับกัน หุ้น Diageo ร่วงลง 12.7% และกดดันดัชนี หลังผู้ผลิตเครื่องดื่มปรับลดคาดการณ์ยอดขายและกำไรประจำปีเป็นครั้งที่สองในรอบ 4 เดือน พร้อมทั้งปรับลดเงินปันผล ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มปรับตัวลง 2.1%
หุ้น Auto1 Group ร่วงลง 18.2% หลังผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองของเยอรมนีคาดการณ์กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA ในปี 2569 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้
ด้านหุ้น E.ON แตะระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี หลังผู้ให้บริการโครงข่ายพลังงานรายใหญ่ที่สุดของยุโรประบุว่าจะเพิ่มงบลงทุนเป็น 4.8 หมื่นล้านยูโร หรือประมาณ 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 เพื่อเตรียมรองรับการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลทั่วทวีปยุโรป
บรรดานักลงทุนยังจับตาพัฒนาการด้านการค้า ท่ามกลางความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะปรับขึ้นภาษีศุลกากรใหม่สูงถึง 15% ขณะที่ผลประกอบการของ Nvidia ซึ่งจะประกาศในวันพุธ (25 ก.พ.) จะเป็นบททดสอบสำคัญครั้งต่อไปของตลาด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)





