น้ำมัน WTI ปิดลบ 21 เซนต์หลังสต็อกน้ำมันดิบพุ่ง จับตาเจรจาอิหร่าน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (25 ก.พ.) หลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบที่สูงเกินคาด อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมัน WTI ขยับลงเล็กน้อย ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนท์ปิดในแดนบวก เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน

  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 21 เซนต์ หรือ 0.32% ปิดที่ 65.42 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 8 เซนต์ หรือ 0.11% ปิดที่ 70.85 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวลงหลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 16 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.8 ล้านบาร์เรล เนื่องจากอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงกลั่นปรับตัวลดลง และการนำเข้าน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ดี ตลาดได้แรงหนุนจากคาดการณ์ที่ว่า สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในระหว่างการแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ว่า อิหร่านยังคงสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธและเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นภัยต่อเสถียรภาพของตะวันออกกลางและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ พร้อมกับส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ อาจใช้กำลังทหารเพื่อยับยั้งการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน และยืนยันว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อย่างแน่นอน

ข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ระบุว่า ในปี 2568 อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) รองจากซาอุดีอาระเบีย และอิรัก

นักลงทุนจับตาการเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 3 ระหว่างคณะผู้แทนของอิหร่านและสหรัฐฯ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันนี้ (26 ก.พ.) ขณะที่ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่านกล่าวว่า รัฐบาลอิหร่านเล็งเห็นแนวโน้มที่ดีในการเจรจาครั้งนี้ ทางด้านอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านซึ่งจะเป็นผู้นำของคณะเจรจาฝั่งอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านมีความมุ่งมั่นที่จะบรรลุข้อตกลงที่ยุติธรรมและเท่าเทียมให้เร็วที่สุด

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมของกลุ่มโอเปกพลัสในวันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค.นี้ ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่า โอเปกพลัสมีแนวโน้มที่จะพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 137,000 บาร์เรลต่อวันสำหรับเดือนเม.ย. เพื่อเตรียมรับมือกับความต้องการใช้น้ำมันในช่วงฤดูร้อน และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)