ชาวนิวยอร์กรวมตัวประท้วง ต้านสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน เรียกร้องนำงบฯดูแลปชช.ในประเทศ

กลุ่มผู้ประท้วงชาวนิวยอร์กจำนวนหลายร้อยคนได้รวมตัวกันที่จัตุรัสไทม์สแควร์ ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปตามท้องถนนในนครนิวยอร์ก เพื่อแสดงพลังคัดค้านการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านภายใต้การประสานงานของสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ผู้เข้าร่วมการชุมนุมได้ประณามการโจมตีครั้งล่าสุด พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลนำงบประมาณไปใช้ในด้านการศึกษา ที่อยู่อาศัย และภารกิจภายในประเทศอื่น ๆ ที่มีความสำคัญเร่งด่วน โดยมีการชูป้ายข้อความต่าง ๆ อาทิ “หยุดสงครามต่ออิหร่าน” และ “ทรัมป์ต้องออกไปเดี๋ยวนี้” พร้อมทั้งตะโกนข้อความ เช่น “หยุดแทรกแซงตะวันออกกลาง” และ “สนับสนุนการปลดปล่อย ต่อต้านการยึดครอง” เป็นต้น

ลายัน ฟูเลย์ฮัน ผู้อำนวยการการศึกษาจาก The People’s Forum องค์กรสังคมนิยมในนิวยอร์ก กล่าวปราศรัยในที่ชุมนุมว่า “เราต้องไม่ลืมว่าสหรัฐฯ คือผู้ที่มีหัวรบนิวเคลียร์กว่า 5,000 ลูกพร้อมยิง และสหรัฐฯ กำลังเล็งหัวรบเหล่านั้นไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกที่มีผู้คนธรรมดาอย่างพวกเราอาศัยอยู่”

เธอยังกล่าวอีกว่า “อิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ เราจะไม่ยอมหลงกลคำลวงเดิม ๆ ที่เคยใช้หลอกลวงพวกเราเมื่อ 20 ปีก่อน ไม่มีเหตุผลใดที่คนวัยทำงานหรือครอบครัวในสหรัฐฯ จะต้องตื่นมาทุกวันด้วยความหวาดกลัวอิหร่าน นั่นไม่ใช่ความเป็นจริงของประเทศนี้”

ขณะเดียวกัน ใบปลิวของ เดวิด นอร์ท ประธานพรรค Socialist Equality Party ในสหรัฐฯ ที่ถูกแจกจ่ายในงานระบุว่า การโจมตีอิหร่านโดย โดนัลด์ ทรัมป์ และกลุ่มผู้คลั่งสงคราม ถือเป็นอาชญากรรมทางการเมืองครั้งใหญ่ที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ และละเมิดรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน

นอร์ทกล่าวว่า ทรัมป์กำลังนำพาสหรัฐฯ และโลกไปสู่เส้นทางหายนะ และสงครามครั้งนี้จะไม่สามารถแก้ไขวิกฤตภายในของสังคมอเมริกัน หรือยับยั้งความเสื่อมถอยของระบบทุนนิยมสหรัฐฯ ในเวทีโลกได้

ด้าน แมริลีน โวกต์-ดาวนีย์ อดีตครูสอนวิชาเศรษฐศาสตร์และนโยบายต่างประเทศในนิวยอร์ก กล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐฯ คือมหาอำนาจจักรวรรดินิยมที่ก้าวร้าวที่สุดในประวัติศาสตร์ และนี่ก็เป็นเพียงสงครามจักรวรรดินิยมอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น

ทั้งนี้ กลุ่มผู้จัดงานระบุว่าจะมีปฏิบัติการประท้วงต่อต้านสงครามอิหร่านในนครนิวยอร์กเพิ่มขึ้นอีกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 มี.ค. 69)