
ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันนี้ (2 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนรุกซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต
- ณ เวลา 06.34 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 120.90 ดอลลาร์ หรือ 2.30% แตะที่ 5,368.80 ดอลลาร์/ออนซ์
สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ภายใต้ปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ อ้างว่าวัตถุประสงค์หลักของการโจมตีคือการปกป้องชาวอเมริกันด้วยการกำจัดภัยคุกคามที่จวนตัวจากอิหร่าน ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงของกระทรวงกลาโหมอิสราเอลที่ระบุว่าเป็นการปฏิบัติการเพื่อขจัดภัยคุกคามต่ออิสราเอล
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่า วาทกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้น นั่นคือการเปลี่ยนรัฐบาลและอำนาจการปกครองในอิหร่านผ่านการใช้กำลังทหาร เนื่องจากปฏิบัติการครั้งนี้แตกต่างจากการโจมตีฐานผลิตนิวเคลียร์ใต้ดินในปี 2568 เพราะครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่เขตเมืองและที่ตั้งหน่วยงานระดับแกนนำหลายจุด
ทางด้านอิหร่านได้ตอบโต้อย่างรวดเร็วด้วยการประกาศว่า ฐานทัพสหรัฐฯ ทุกแห่งในภูมิภาคเป็นเป้าหมายโจมตีที่ชอบธรรม พร้อมระดมถล่มทรัพย์สินของสหรัฐฯ และอิสราเอลทั่วบริเวณอ่าวเปอร์เซีย โดยมีรายงานเหตุระเบิดในหลายประเทศ อาทิ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต จอร์แดน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย
นอกจากนี้มีรายงานว่า กรมการขนส่งทางทะเลของสหรัฐฯ (MARAD) ออกประกาศเตือนให้เรือพาณิชย์ โดยเฉพาะเรือที่ชักธงสหรัฐฯ หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซและน่านน้ำใกล้เคียง ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ทวีความรุนแรง
การประกาศดังกล่าวระบุถึงความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย อ่าวโอมาน และทะเลอาหรับ ซึ่งเชื่อมโยงกับปฏิบัติการทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่ และความเป็นไปได้ที่กองกำลังอิหร่านอาจตอบโต้ โดยเจ้าหน้าที่ MARAD เน้นย้ำว่า แม้จะเป็นการเดินเรือพาณิชย์ตามปกติ ก็อาจมีความเสี่ยงที่จะถูกระบุตัวตนผิดพลาด หรือได้รับผลกระทบจากกิจกรรมทางทหารในภูมิภาค
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มี.ค. 69)





