ราคา LNG ในตลาดเอเชียพุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี เซ่นพิษสงครามอิหร่าน

ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในเอเชียพุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2566 เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้โรงงานส่งออกขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในกาตาร์ต้องระงับการดำเนินงาน และการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก

กลุ่มผู้ค้าเผยว่า ราคาสปอตพุ่งแตะระดับ 25.40 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียูในตลาดเอเชีย ซึ่งสูงกว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกว่าเท่าตัว และคาดว่าราคาจะยังคงถูกกดดันอย่างต่อเนื่องตราบใดที่ผลผลิตของกาตาร์ยังคงหยุดชะงักและเส้นทางการค้าสำคัญยังคงถูกปิดกั้น

รายงานระบุว่า กาตาร์เป็นผู้ผลิต LNG รายใหญ่ราว 1 ใน 5 ของโลก และมีลูกค้ารายใหญ่อยู่ในฝั่งเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นจีน อินเดีย เกาหลีใต้ และไต้หวัน โดยผู้นำเข้าเหล่านี้ต่างกำลังเร่งหาทางเลือกใหม่เนื่องจากความวิตกกังวลว่าการหยุดชะงักจะยืดเยื้อยาวนาน

อีวาน ตัน นักวิเคราะห์ด้าน LNG จาก ICIS ระบุว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีคือ การแย่งชิงเที่ยวเรือขนส่งระหว่างยุโรปและเอเชีย เนื่องจากเที่ยวเรือมักถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังตลาดที่ให้ราคาสูงกว่า โดยในขณะที่ราคาทั้งในยุโรปและเอเชียพุ่งสูงขึ้น ผู้ค้ากำลังเฝ้าติดตามส่วนต่างราคาเพื่อประเมินว่าภูมิภาคใดจะสร้างกำไรได้มากกว่ากัน

ปัจจุบันราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปดีดตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2566 หลังจากพุ่งขึ้น 70% ตั้งแต่วันศุกร์ (27 ก.พ.) ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่า การระงับส่งออกจากกาตาร์จะยาวนานเท่าใด สถานการณ์ดังกล่าวสุ่มเสี่ยงต่อความสามารถของสหภาพยุโรป (EU) ในการสำรองพลังงานสำหรับฤดูหนาวหน้า ในขณะที่ภูมิภาคกำลังพยายามยกเลิกการนำเข้าก๊าซจากรัสเซีย

ตันกล่าวเสริมว่า จีนและอินเดียจะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการปิดโรงงานในกาตาร์เนื่องจากมีสัดส่วนการนำเข้าในระดับสูง และประเทศเหล่านี้อาจหันไปใช้พลังงานทางเลือกอื่นเช่นถ่านหิน แทนการจัดซื้อ LNG ในราคาที่สูงเกินไป ซึ่งในระยะยาว เหตุการณ์นี้อาจผลักดันให้บริษัทต่าง ๆ ต้องกลับมาทบทวนกลยุทธ์การกระจายแหล่งนำเข้า

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มี.ค. 69)