
สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN) เรียกร้องให้มีการสอบสวนโดยเร่งด่วน กรณีเหตุโจมตีโรงเรียนสตรีแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก พร้อมระบุว่าฝ่ายที่ดำเนินการโจมตีต้องรับผิดชอบตรวจสอบข้อเท็จจริงและเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ โดยไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ
โฆษกสำนักงานสิทธิมนุษยชน UN เผยว่า โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่ง UN เรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างเร่งด่วน เป็นกลาง และรอบด้าน โดยย้ำว่าฝ่ายที่เป็นผู้ปฏิบัติการต้องรับผิดชอบชี้แจงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ UN ย้ำว่า ภาพความเสียหายที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์สะท้อนผลกระทบที่รุนแรงต่อพลเรือนจากความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจและหวนกลับสู่กระบวนการเจรจา
รายงานระบุว่า เหตุโจมตีสะเทือนขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) ซึ่งเป็นวันแรกของปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ขณะที่มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กองกำลังสหรัฐฯ จะไม่เจตนามุ่งเป้าไปยังสถานศึกษา ขณะที่อิสราเอลระบุว่ากำลังตรวจสอบเหตุการณ์
ก่อนหน้านี้ อาลี บาห์เรนี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำ UN ณ นครเจนีวา ส่งหนังสือถึงข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน ลงวันที่ 1 มี.ค. ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมิอาจยอมรับได้ และเข้าข่ายอาชญากรรม พร้อมอ้างว่ามีนักเรียนเสียชีวิต 150 ราย
อย่างไรก็ตาม สำนักงานสิทธิมนุษยชน UN ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะด่วนสรุปได้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายอาชญากรรมหรือไม่ตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มี.ค. 69)





