
อัยการไต้หวันมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหา 62 ราย ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจปรินซ์ กรุ๊ป (Prince Group) ซึ่งถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังขบวนการหลอกลวงออนไลน์ข้ามชาติขนาดใหญ่
สำนักงานอัยการระบุในแถลงการณ์ว่า ไต้หวันเป็นหนึ่งในจุดหมายที่เครือข่ายใช้เป็นช่องทางเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมายผ่านบริษัทบังหน้า ก่อนนำไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์หรู และสินค้าแบรนด์เนม เพื่ออำพรางแหล่งที่มาและเส้นทางการเงิน
รายงานระบุว่า หนึ่งในผู้ถูกดำเนินคดีคือ เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ซึ่งถูกจับกุมในกัมพูชา ก่อนถูกส่งตัวไปยังจีนเมื่อเดือนม.ค. 2569 โดยสื่อทางการจีนเผยแพร่ภาพเขาถูกคลุมศีรษะและสวมกุญแจมือขณะถูกนำตัวลงจากเครื่องบินที่สนามบินในกรุงปักกิ่ง ท่ามกลางข้อกล่าวหาจากทางการสหรัฐฯ ว่ากลุ่มธุรกิจดังกล่าวเป็นเพียงฉากหน้าของการฉ้อโกงออนไลน์และฟอกเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับยอดเงินที่ถูกโอนเข้าสู่ไต้หวันจากต่างประเทศโดยสมาชิกของกลุ่มเพื่อการฟอกเงิน มีมูลค่าราว 10,800 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ถูกใช้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ 24 แห่ง รถยนต์ 35 คัน และถือครองทรัพย์สินอื่น ๆ รวมกว่า 55.53 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน เช่น เงินสด กระเป๋าและรองเท้าแบรนด์เนม ขณะที่ทางการสามารถอายัดทรัพย์ได้แล้วมากกว่า 5,500 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน
ทั้งนี้ เมื่อเดือนพ.ย. ปรินซ์ กรุ๊ป ได้ออกแถลงการณ์ผ่านสำนักงานกฎหมายในสหรัฐฯ โดยปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิดใด ๆ
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา ไต้หวันได้นำรถหรู 33 คัน ซึ่งรวมถึงรถเฟอร์รารี ออกประมูล หลังถูกยึดเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวน
อัยการระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวใช้บุคคลสัญชาติไต้หวันเป็นเครื่องมือดำเนินกิจกรรมฟอกเงิน ผ่านแพลตฟอร์มการพนันออนไลน์และระบบโอนเงินนอกระบบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน ความสงบเรียบร้อยของสังคม และภาพลักษณ์ของประเทศ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ในหลายประเทศเอเชีย รวมถึงสิงคโปร์และฮ่องกง ได้ดำเนินมาตรการยึดทรัพย์หรือควบคุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้องเช่นกัน
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมหลอกลวงข้ามชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเชื่อว่าสร้างรายได้ให้เครือข่ายอาชญากรรมปีละหลายพันล้านดอลลาร์ โดยอาศัยแรงงานที่ถูกหลอกหรือค้ามนุษย์มาดำเนินการต้มตุ๋นเหยื่อทั่วโลก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มี.ค. 69)





