น้ำมัน WTI ปิดบวก 10 เซนต์ จับตาสถานการณ์ตะวันออกกลาง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (4 มี.ค.) หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลยกระดับการโจมตีอิหร่าน ซึ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขยายวงกว้างในภูมิภาค อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมัน WTI ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย ขณะที่สัญญาน้ำมันเบรนท์ปิดทรงตัว หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านได้ส่งสัญญาณเปิดกว้างสำหรับการเจรจาเพื่อยุติสงคราม และสหรัฐฯ เตรียมออกมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพในการขนส่งน้ำมันผ่านอ่าวเปอร์เซีย

  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 10 เซนต์ หรือ 0.13% ปิดที่ 74.66 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. ปิดทรงตัวที่ระดับ 81.40 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

ราคาน้ำมัน WTI ยังคงปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2568 ส่วนราคาน้ำมันเบรนท์ยังคงอยู่ที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2568 เนื่องจากการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลยกระดับการโจมตีอิหร่านได้ทำให้การขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องหยุดชะงักเป็นวันที่ 5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของน้ำมันและก๊าซในตะวันออกกลาง

นักวิเคราะห์จาก Tradu.com กล่าวว่า ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงเนื่องจากสงครามมีแนวโน้มยืดเยื้อและการหยุดชะงักของอุปทานที่ยังคงอยู่ โดยสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณว่าอาจใช้ปฏิบัติการทางทหารเป็นเวลานาน 4 – 5 สัปดาห์ ในขณะที่อิหร่านกำลังพยายามขยายความขัดแย้งไปทั่วทั้งภูมิภาค และจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซได้ถูกปิดลง ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้อาจผลักดันให้น้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอีก จนอาจแตะระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล

อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากหนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า เจ้าหน้าที่จากกระทรวงข่าวกรองของอิหร่านได้ติดต่อทางอ้อมกับสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) เกี่ยวกับการเปิดกว้างต่อการเจรจาเพื่อยุติสงคราม ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวได้ถูกส่งผ่านหน่วยข่าวกรองของประเทศหนึ่งที่ไม่ได้เปิดเผยชื่อ

ด้านปธน.ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ จะส่งเรือรบออกไปคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และจะจัดให้มีการประกันภัยแก่เรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ความตึงเครียดผ่อนคลายลงในระดับหนึ่ง

แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า กระทรวงกลาโหมและกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ กำลังจัดทำแผนเพื่อรักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยของเรือบรรทุกน้ำมัน และยังกล่าวด้วยว่า ปธน.ทรัมป์และคณะที่ปรึกษาของเขากำลังหารือกันว่าบทบาทของสหรัฐฯ ในอิหร่านควรเป็นอย่างไรหลังจากสิ้นสุดการใช้ปฏิบัติการทางทหาร

สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาร์เรล

ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 429,000 บาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 2.6 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ดี สต็อกน้ำมันบนซินลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1 ล้านบาร์เรล

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มี.ค. 69)