
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (4 มี.ค.) เนื่องจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ
- ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 11 ดอลลาร์ หรือ 0.21% ปิดที่ 5,134.70 ดอลลาร์/ออนซ์
ปีเตอร์ แกรนท์ นักวิเคราะห์จาก Zaner Metals กล่าวว่า การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ โดยรวมแล้ว ปัจจัยพื้นฐานทางมหภาคยังคงสนับสนุนราคาทองคำ และแน่นอนว่าตราบใดที่สงครามกับอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ สถานการณ์นี้จะยังคงเป็นช่วยหนุนราคาทองคำต่อไป
นักวิเคราะห์ยังกล่าวด้วยว่า แม้ราคาทองคำมีความเสี่ยงที่จะเผชิญความผันผวน แต่เขายังคงมีมุมมองบวก และคาดว่าราคาทองคำยังมีโอกาสที่จะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.28% แตะที่ 98.764 ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนตลาด เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาถูกลงและน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น
สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านมีแนวโน้มขยายวงกว้างอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากเรือดำน้ำของสหรัฐฯ ยิงเรือรบของอิหร่านจมลงนอกชายฝั่งศรีลังกา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 80 ราย และระบบป้องกันทางอากาศขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ได้ทำลายขีปนาวุธนำวิถีของอิหร่านที่ยิงมุ่งหน้าไปยังตุรกี
สำหรับข้อมูลแรงงานที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 63,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 48,000 ตำแหน่ง จากระดับ 11,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค.
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานอกภาคเกษตรประจำเดือนก.พ.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเดือนก.พ.จะเพิ่มขึ้น 59,000 ตำแหน่ง ซึ่งชะลอตัวลงหลังจากที่พุ่งขึ้น 130,000 ในเดือนม.ค.
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มี.ค. 69)





