ราคาน้ำมันพุ่งกว่า 3% หวั่นสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อทำอุปทานโลกสะดุด

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 3% ในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียวันนี้ (5 มี.ค.) หลังสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 6 โดยยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกน้ำมันดิบจำนวนมากของโลกอาจเผชิญกับการหยุดชะงัก

ณ เวลา 10.24 น. ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนพ.ค. พุ่งขึ้น 3% แตะระดับ 83.84 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 3.5% สู่ระดับ 77.29 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากทั้งสองสัญญาปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันพุธ (4 มี.ค.) ภายหลังการซื้อขายที่ผันผวนระหว่างวัน

ความกังวลด้านอุปทานยิ่งทวีความรุนแรง หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก โดยมีปริมาณน้ำมันราวหนึ่งในห้าของการค้าทั่วโลกต้องผ่านเส้นทางดังกล่าว การปิดช่องแคบทำให้การเดินเรือบรรทุกน้ำมันหยุดชะงัก และเพิ่มความเสี่ยงว่าการส่งออกน้ำมันจากประเทศในอ่าวอาจถูกจำกัดอย่างมาก หากความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป

ความปั่นป่วนดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตในภูมิภาคแล้ว โดยมีรายงานว่าอิรักประกาศเหตุสุดวิสัยต่อการส่งออกน้ำมันดิบบางส่วน หลังการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเผชิญอุปสรรคอย่างหนัก

ทั้งนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มต้นเมื่อวันศุกร์ (27 ก.พ.) หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านพร้อมกัน ส่งผลให้เกิดการตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนในหลายประเทศทั่วภูมิภาค และเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญ

สถานการณ์ตึงเครียดทวีความรุนแรงมากขึ้นในสัปดาห์นี้ หลังสหรัฐฯ จมเรือรบอิหร่านในน่านน้ำสากลใกล้ประเทศศรีลังกา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งกำลังขยายวงกว้างออกไปนอกอ่าวเปอร์เซีย

ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาความเคลื่อนไหวทางการทูตอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่ากระทรวงข่าวกรองของอิหร่านได้ติดต่อไปยังกรุงวอชิงตันเพื่อหารือแนวทางยุติความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม อิหร่านปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นข้อมูลเท็จโดยสิ้นเชิง และกล่าวหาสื่อชาติตะวันตกว่ากำลังเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน ส่งผลให้ความหวังต่อความคืบหน้าทางการทูตในระยะใกล้ลดลง

แม้ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์จะหนุนราคาน้ำมัน แต่ข้อมูลสต๊อกน้ำมันของสหรัฐฯ กลับส่งสัญญาณกดดันตลาดเล็กน้อย โดยตัวเลขรายสัปดาห์จากสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) ระบุว่า สต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นราว 5.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 28 ก.พ. สูงกว่าที่ตลาดคาดว่าอาจเพิ่มขึ้น 2.2 ล้านบาร์เรล แม้ลดลงจากการเพิ่มขึ้น 11.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ก่อนหน้า

ส่วนสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าอาจเพิ่มขึ้นเพียง 3.0 ล้านบาร์เรล

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มี.ค. 69)