ราคาน้ำมันย่อตัวในตลาดเอเชียเช้านี้ แต่ส่อพุ่งแรงรายสัปดาห์จากศึกตะวันออกกลาง

ราคาน้ำมันปรับตัวลงในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียในวันนี้ (6 มี.ค.) หลังจากพุ่งขึ้นต่อเนื่องติดต่อกัน 5 วันก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังคงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในรอบสัปดาห์นี้ เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นได้เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานของโลก

ณ เวลา 09.53 น. ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนพ.ค. ปรับตัวลง 1.5% มาอยู่ที่ระดับ 84.13 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลง 2% สู่ระดับ 79.44 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ความกังวลหลักของตลาดยังคงมุ่งไปที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือแคบระหว่างอิหร่านกับโอมาน และถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก โดยมีน้ำมันประมาณ 20% ของอุปทานทั่วโลกขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้ในแต่ละวัน ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการค้าพลังงานโลก และหากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก ก็อาจทำให้อุปทานน้ำมันทั่วโลกตึงตัวและผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ล่วงเข้าสู่วันที่ 7 ในวันนี้ (6 มี.ค.) โดยการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านยังคงทวีความรุนแรง ทั้งการโจมตีด้วยขีปนาวุธ การตอบโต้ทางทหาร และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในหลายพื้นที่ ซึ่งทำให้ตลาดพลังงานทั่วโลกยังคงอยู่ในภาวะตึงเครียด

แม้ว่านักลงทุนบางส่วนจะขายทำกำไร หลังจากราคาน้ำมันพุ่งแรงในช่วงต้นสัปดาห์ แต่ราคาน้ำมันยังคงได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญ

เมื่อวานนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นเกือบ 5% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2567 ขณะที่น้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นมากกว่า 8% และหากแรงบวกยังคงอยู่ ราคาน้ำมันดิบทั้งสองประเภทมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นมากกว่า 17% ในสัปดาห์นี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มี.ค. 69)