ตลาดหุ้นยุโรปพุ่งแรง รับความหวังสงครามอิหร่านใกล้ยุติ

ตลาดหุ้นยุโรปปิดพุ่งขึ้นใน 1 วันแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.ปีที่แล้วในการซื้อขายวันอังคาร (10 มี.ค.) หลังจากตลาดการเงินทั่วโลกคาดการณ์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและกระตุ้นแรงซื้อในวงกว้าง

  • ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 606.12 จุด เพิ่มขึ้น 11.20 จุด หรือ +1.88%
  • ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,057.36 จุด เพิ่มขึ้น 142.00 จุด หรือ +1.79%
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 23,968.63 จุด เพิ่มขึ้น 559.26 จุด หรือ +2.39% และ
  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,412.24 จุด เพิ่มขึ้น 162.72 จุด หรือ +1.59%

 

หุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากความกังวลของนักลงทุนในช่วงที่ผ่านมา ฟื้นตัวพุ่งขึ้น 3.6% นำโดยหุ้น HSBC และ Santander และเป็นแรงหนุนหลักต่อดัชนี STOXX 600

ดัชนี IBEX ของสเปน ซึ่งมีหุ้นกลุ่มการเงินเป็นสัดส่วนสูง พุ่งขึ้น 3.1% ทำผลงานดีกว่าตลาดหลักอื่น ๆ ตามมาด้วยดัชนี DAX ของเยอรมนีที่มีบริษัทส่งออกจำนวนมาก โดยทั้งสองดัชนีทำสถิติพุ่งขึ้นรายวันแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2568

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น 2.8% ขณะที่หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการพุ่งขึ้น 2.5% จากความคาดหวังว่าการเดินทางทางอากาศและการท่องเที่ยวจะกลับมาดำเนินงานตามปกติ

แม้ว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านอย่างหนัก ซึ่งเพนตากอนและชาวอิหร่านในพื้นที่ระบุว่าเป็นการโจมตีทางอากาศที่รุนแรงที่สุดของสงคราม แต่นักลงทุนยังคงได้รับแรงหนุนจากคำกล่าวของทรัมป์เมื่อวันจันทร์ว่า สงครามดังกล่าวเกือบจะจบสิ้นแล้ว

ราคาน้ำมันยังคงเป็นประเด็นสำคัญ หลังจากอิหร่านระบุว่าจะปิดกั้นการขนส่งจากอ่าวเปอร์เซียจนกว่าการโจมตีจะยุติลง โดยราคาน้ำมันผันผวนอย่างมาก ก่อนร่วงลง 11% มาอยู่ต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานพลิกกลับมาปิดพุ่งขึ้น 0.3%

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันนับตั้งแต่การโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ได้ปลุกความกังวลเรื่องเงินเฟ้อทั่วโลกอีกครั้ง และทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ เผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบาก โดยยุโรปซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูงยังคงมีความเปราะบาง ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจก็ยังไม่แข็งแกร่ง

ผู้กำหนดนโยบาย 3 คนของธนาคารกลางยุโรประบุว่า ควรใช้เวลาในการประเมินทิศทางนโยบายอีกครั้ง และควรรักษาแนวทางนโยบายปัจจุบันไว้ในขณะนี้ โดยข้อมูลจาก LSEG แสดงให้เห็นว่านักลงทุนคาดการณ์ว่า ECB อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปีนี้

สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Volkswagen พุ่งขึ้น 2.6% หลังจากผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมนีคาดการณ์ว่าอัตรากำไรจะฟื้นตัว หลังจากเผชิญปีที่ยากลำบากใน 2568

หุ้น Persimmon พุ่งขึ้น 4.5% หลังบริษัทสร้างบ้านของอังกฤษรายงานรายได้และกำไรก่อนหักภาษีที่ปรับปรุงแล้วสำหรับปีงบประมาณ 2568 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่หุ้น Rotork ร่วงลง 13% หลังจากเปิดเผยผลประกอบการประจำปี

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มี.ค. 69)