
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 11% ในวันอังคาร (10 มี.ค.) ซึ่งเป็นการดิ่งลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2565 หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า การทำสงครามกับอิหร่านจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้ และสหรัฐจะเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 11.32 ดอลลาร์ หรือ 11.94% ปิดที่ 83.45 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 11.16 ดอลลาร์ หรือ 11.28% ปิดที่ 87.80 ดอลลาร์/บาร์เรล
ปธน.ทรัมป์ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่สโมสร ทรัมป์ เนชันแนล โดรัล (Trump National Doral) โดยเขากล่าวว่า การทำสงครามกับอิหร่านจะยุติลง “ในเร็ว ๆ นี้” และยังกล่าวด้วยว่า ราคาน้ำมันจะปรับตัวลง นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า สงครามมีความรุดหน้าอย่างมาก เมื่อเทียบกับกรอบเวลาเดิมที่เขาเคยประมาณการไว้ที่ 4 – 5 สัปดาห์
ราคาน้ำมันยังปรับตัวลงหลังจากคริส ไรท์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า กองทัพอเมริกันได้อำนวยความสะดวกในการจัดการส่งน้ำมันออกจากช่องแคบฮอร์มุซ
“ปธน.ทรัมป์ให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพของพลังงานโลกในระหว่างใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน และกองทัพเรือสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำมันยังคงไหลเข้าสู่ตลาดโลก” เขากล่าว
ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซตั้งอยู่ระหว่างโอมานและอิหร่าน เป็นเส้นทางขนส่งที่สำคัญสำหรับตลาดพลังงานโลก ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า มีน้ำมันประมาณ 13 ล้านบาร์เรลขนส่งผ่านเส้นทางน้ำแห่งนี้ในปี 2568 ซึ่งคิดเป็นประมาณ 31% ของการขนส่งน้ำมันทางเรือทั่วโลก
รัฐมนตรีพลังงานจากกลุ่มประเทศ G7 ได้เสร็จสิ้นการประชุมผ่านระบบออนไลน์ในวันอังคาร โดยมีการหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพลังงานที่เกิดจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
อย่างไรก็ดี ที่ประชุม G7 ไม่มีมติเกี่ยวกับการระบายน้ำมันจากคลังสำรองแต่อย่างใด แต่ได้ขอให้สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ทำการประเมินสถานการณ์ก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ ด้าน IEA ระบุว่า ขณะนี้ IEA กำลังเรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อทำการประเมินสถานการณ์อย่างละเอียด
ทั้งนี้ สมาชิกกลุ่มประเทศ G7 ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มี.ค. 69)





