บสย. ชูยุทธศาสตร์ “3-Prompt” ขยายโอกาส SMEs เข้าถึงสินเชื่อ ดันยอดค้ำปี 69 ทะลุ 7 หมื่นลบ.

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ชูยุทธศาสตร์ “3-Prompt” (บสย. 3 พร้อม) “พร้อมค้ำ-พร้อมช่วย-พร้อมพลัส+” รุกเปิด 4 Engines พลังบวกใหม่ เชื่อมต่อ Virtual Bank พลิกโฉมค้ำประกันสินเชื่อ ตอบโจทย์โลกการเงินยุคใหม่ ดันยอดค้ำปี 69 ทะลุ 7 หมื่นล้านบาท

นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. เปิดเผยว่า ผลดำเนินงาน 2 เดือนแรกปี 69 (ม.ค.-ก.พ.) บสย. มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 14,567 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อ 17,853 ราย สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 60,160 ล้านบาท และช่วยพยุงสินเชื่อ SMEs ที่หดตัวต่อเนื่องมา 14 ไตรมาส โดยเมื่อเทียบกับยอดค้ำประกันสินเชื่อในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (Year on Year) พบว่า มียอดค้ำประกันสูงขึ้นถึง 4.43 เท่า

สำหรับเป้าหมายหลักในปี 2569 บสย. เดินหน้าขยายบทบาทการค้ำประกันสินเชื่อ สร้างโอกาสให้ SMEs พร้อมเป็นเครื่องมือหลักกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก มุ่งปลดล็อก SMEs เข้าถึงสินเชื่อ และเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ภายใต้ 4 แนวคิดหลัก ได้แก่

1. ลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินของ SMEs (Financial Inclusion)

2. เพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อโดย บสย.

3. ยกระดับองค์กรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมทางการเงิน

4. เชื่อมโยงเข้าสู่ระบบนิเวศดิจิทัลทางการเงิน

เปิดยุทธศาสตร์ “3-Prompt” พลิกโฉมการช่วยเหลือ SMEs

นายสิทธิกร กล่าวว่า ภายใต้แนวคิดดังกล่าว ในปี 2569 บสย. ชูยุทธศาสตร์ “3-Prompt” (บสย. 3 พร้อม) “พร้อมค้ำ-พร้อมช่วย-พร้อมพลัส+” ต่อยอดจากมาตรการ “บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” เมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อให้การช่วยเหลือ SMEs เป็นไปอย่างเข้มข้น ครอบคลุมความต้องการของ SMEs ในมิติต่างๆ มากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อรูปแบบใหม่ๆ และช่องทางเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยใช้ Digital เป็นแรงขับเคลื่อนเพื่อเชื่อมโยงให้ บสย. เป็นส่วนหนึ่งใน Digital Ecosystem รวมถึงการนำ AI มาใช้ในกระบวนการต่างๆ ภายในองค์กร ประกอบด้วย

1. “บสย. พร้อมค้ำ” ดันยอดค้ำฯ ทะลุ 7 หมื่นล้าน มุ่งช่วย “กลุ่มเปราะบาง”

ภายใต้มาตรการ “บสย. พร้อมค้ำ” ปีนี้ตั้งเป้ายอดค้ำประกันสินเชื่อกว่า 70,000 ล้านบาท แบ่งเป็นมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ “บสย. Quick Big Win” 50,000 ล้านบาท และมาตรการอื่นๆ กว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งจะก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินมากกว่า 80,000 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้น 67,500 ราย สามารถรักษาการจ้างงาน 615,000 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 295,000 ล้านบาท ซึ่งจะก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินมากกว่า 80,000 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้น 67,500 ราย สามารถรักษาการจ้างงาน 615,000 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 295,000 ล้านบาท

2. “บสย. พร้อมช่วย” รุก “แก้หนี้-เสริมความรู้” ปลดหนี้ SMEs

ในปี 2569 บสย. พร้อมเดินหน้าเป็น “ตัวช่วย” ให้กับ SMEs ใน 2 มิติ คือ ให้ความช่วยเหลือผ่าน มาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” ช่วยลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ลด ปลดหนี้ แก้หนี้ยั่งยืน พิเศษ! ลูกหนี้ที่ต้องการปลดหนี้ ปิดบัญชี ลดต้นสูงสุด 50% สำหรับลูกหนี้ “กลุ่มเปราะบาง” หนี้คงเหลือไม่เกิน 2 แสนบาท และลดต้นสูงสุด 40% สำหรับลูกหนี้ SMEs หนี้คงเหลือมากกว่า 2 แสนบาท โดยปีนี้ตั้งเป้าปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้มากกว่า 6,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ 5,835 ราย

3. “บสย. พร้อมพลัส+” เปิดตัว 4 พลังบวก (4 New Engines) ขับเคลื่อนช่วยเหลือ SMEs

ตลอดปี 2569 บสย. ได้เพิ่มเครื่องมือทางการเงิน ภายใต้มาตรการ “บสย. พร้อมพลัส+” (บสย. Prompt Plus) โดยใช้ Digital เป็นแรงขับเคลื่อนและยกระดับองค์กร พร้อมเปิดตัว 4 เครื่องยนต์ พลังบวกใหม่ (4 New Engines) ได้แก่

  1. เพิ่มการเชื่อมโยงระบบ Operating Model บสย. เข้ากับโครงการ SMEs Credit Boost
  2. เพิ่มเครื่องมือบริการเครดิตสกอริ่ง TCG Score (As-a-Service) ผสานกับ “เครดิตสกอริ่ง” ของกระทรวงการคลัง และผู้ให้บริการเครดิตสกอริ่งอื่นๆ เพื่อบูรณาการเป็นเครดิตสกอริ่ง สำหรับประเมินกลุ่มรายย่อย Micro SMEs หรือ “กลุ่มเปราะบาง” มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน
  3. เพิ่มแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ SMEs First and Fast พลิกโฉมการให้บริการของ บสย. (New Customer Journey : O2O) โดยให้ SMEs มาพบ บสย. ก่อน (Direct Approach) เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพด้านเครดิต (Credit Capacity and Enhancement) โดย บสย. เป็นตัวกลาง SMEs’ Gateway เพื่อเชื่อมต่อ SMEs ทุกกลุ่มที่มีความต้องการด้านสินเชื่อ เข้ากับผู้ให้บริการทางการเงินที่เหมาะสม
  4. เพิ่มเครื่องมือ “PromptClaim Management” ให้กับสถาบันการเงิน ยกเครื่องการให้บริการผ่านรูปแบบการจองวงเงินรายใบ (PromptClaim Dashboard) ด้วยบริการค้ำรายใบ เคลมรายใบ จองวงเงินรายใบ และบริหารเงินเคลมตามสัดส่วนของพอร์ตค้ำประกันสินเชื่อ (Max Claim by Portfolio) ของแต่ละสถาบันการเงินด้วยตัวเองได้แบบ Real-time โดยเตรียมเปิดให้บริการในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 69)