ถึงเวลาเปลี่ยน!! ก.แรงงาน ถอดบทเรียนหลังแพ้คดี รื้อเกณฑ์เก่า 27 ปี สู่สูตรใหม่ CARE คืนความเป็นธรรมผู้ประกันตน

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน กล่าวถึง กรณีผู้ประกันตนรายหนึ่งที่ได้รับเงินบำนาญชราภาพเพียงเดือนละ 1,320 บาท ทั้งๆที่จ่ายเงินสบทบกองทุนประกันสังคมไปมากกว่า 181 เดือน โดยมีการยื่นฟ้องศาลแรงงาน ภาค 1 ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และศาลฎีกา ใช้เวลารวมกว่า 5 ปี จนสุดท้ายศาลสั่งให้จ่ายเงินบำนาญใหม่ตามสิทธิที่แท้จริงว่า เรื่องนี้เป็นบทเรียนราคาแพงของสำนักงานประกันสังคมที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกันตนที่มีมากกว่า 24.5 ล้านคน และถือเป็นตอกย้ำที่ต้องมีการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคมแบบ 360 องศาอย่างเร่งด่วน เพราะกฎหมายเดิมไม่ตอบโจทย์บริบทสังคมในปัจจุบันอีกต่อไปแล้ว

ทั้งนี้ รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า สิ่งที่ได้เริ่มดำเนินการ คือ การตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประกันสังคมเพื่อให้มีความทันสมัย คล่องตัว มีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน โดยได้รับรายงานว่า มีการประชุมไปแล้ว 3 ครั้ง กระบวนการต่าง ๆ กำลังเดินหน้าไปด้วยดี เป็นสัญญาณบวกที่น่าจะสร้างให้เกิดสิ่งที่เป็นมิติใหม่ของสำนักงานประกันสังคมได้

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ในส่วนของหลักเกณฑ์การคำนวณการจ่ายบำนาญชราภาพใหม่ (สูตร CARE) ได้เน้นย้ำและให้นโยบายชัดเจนกับสำนักงานประกันสังคม ให้ทำการศึกษาผลกระทบ และการรับมือจากการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การคำนวณการจ่ายบำนาญชราภาพแบบเดิม ซึ่งกำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2542 ผ่านมาถึง 27 ปีแล้ว ก็สมควรที่จะต้องปรับเปลี่ยนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ได้ให้ทางประกันสังคมศึกษา วิเคราะห์และประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อกองทุนประกันสังคมในระยะยาวด้วย ว่า จะต้องดำเนินการอย่างไรให้กองทุนมีความมั่นคง เป็นที่พึ่งในระยะยาวของผู้ประกันตนได้อย่างแท้จริง

ด้านน.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า ภายหลังศาลฎีกามีคำพิพากษา สำนักงานประกันสังคมได้อนุมัติจ่ายเงินให้กับ นางณัฐฐา อรรถาเวช ผู้ประกันตนซึ่งเป็นโจท์กยื่นฟ้องต่อสำนักงานประกันสังคมไปแล้ว เป็นจำนวนเงินรวม ทั้งสิ้น 304,707.56 บาท ในเดือนธันวาคม 2567 และหลังจากนั้น ก็ได้มีการจ่ายบำนาญต่อเนื่องรายเดือนๆละ 3,651.18 บาท มาโดยตลอด

เลขาธิการประกันสังคม กล่าวว่า เรื่องนี้ที่ต้องถอดบทเรียนของสำนักงานประกันสังคม โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ประกันสังคมที่สื่อสารกับผู้ประกันตนไม่ชัดเจน ไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้ประกันตนเข้าใจผิด ซึ่งตนได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศระมัดระวังในเรื่องดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้อีก

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 69)