PTG สยบข่าวลือน้ำมันขาดวอนอย่าตื่นตระหนก ทุ่ม 300 ล้านอัดสำรองเพิ่ม เก็งราคาปรับขึ้นแบบขั้นบันได

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.พีทีจี เอ็นเนอร์ยี [PTG] เปิดเผยถึงกรณีสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งประสบปัญหาน้ำมันหมดชั่วคราวในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาว่า สาเหตุหลักมาจากความตื่นตระหนกของผู้บริโภคต่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ ประกอบกับเก็งว่ารัฐอาจปล่อยให้ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลหลังครบกำหนดมาตรการตรึงราคา 15 วัน

ความกังวลดังกล่าวส่งผลให้ปริมาณความต้องการน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติ ยกตัวอย่างเช่นสถานีบริการน้ำมันของ PTG จากเดิมที่มีความต้องการเฉลี่ยวันละ 10 ล้านลิตร พุ่งขึ้นไปถึง 25 ล้านลิตร ทำให้รถขนส่งไม่สามารถกระจายน้ำมันได้ทันต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในวันเดียว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มคลี่คลายและดีขึ้นตามลำดับจากการทยอยเติมน้ำมันเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง

สำหรับความกังวลเรื่องน้ำมันขาดแคลน นายพิทักษ์ ยืนยันว่า ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ โดยภาครัฐระบุว่าหากไม่มีการนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มเลย ก็ยังมีน้ำมันใช้ได้นานถึง 60 วัน อีกทั้งประเทศไทยนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในสัดส่วนที่ไม่สูงมากนัก จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันจะไม่หมดไปจากระบบแน่นอน

นายพิทักษ์ ยืนยันว่า ขณะนี้ไม่มีการกักตุนน้ำมันจากฝั่งผู้ประกอบการเพื่อเก็งกำไรตามที่มีความกังวล เนื่องจากผิดกฎหมายและส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า โดยภาครัฐได้มีการตรวจสอบปริมาณน้ำมันในถังใต้ดินอย่างเข้มงวดอยู่เสมอ

สำหรับทิศทางราคาน้ำมันภายหลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคา ประเมินว่าราคาอาจปรับขึ้นรวมประมาณ 2 บาท อย่างไรก็ตามคาดว่าภาครัฐจะใช้วิธีทยอยปรับขึ้นแบบขั้นบันได เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน มากกว่าการปรับขึ้นรวดเดียว ในส่วนของการบริหารจัดการสต็อกน้ำมันของ PTG บริษัทยังคงจำหน่ายน้ำมันให้ลูกค้าตามความต้องการปกติ

นายรังสรรค์ พวงปราง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการเงินและความยั่งยืน PTG กล่าวเพิ่มเติมว่า การเพิ่มสัดส่วนสำรองน้ำมันตามนโยบายรัฐจาก 1% เป็น 1.5% ภายในวันที่ 31 มี.ค. นี้ และเพิ่มเป็น 3% ภายในเดือนเม.ย. บริษัทจะใช้วิธีฝากน้ำมันสำรองไว้ที่คลังของโรงกลั่นเพื่อความคล่องตัว ลดภาระต้นทุนทางการเงินจากการถือสต็อกปริมาณมาก รวมทั้งลดภาระด้านภาษีสรรพสามิตที่ต้องจ่ายล่วงหน้า โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนเพิ่มในส่วนนี้ประมาณ 200 – 300 ล้านบาท สำหรับปริมาณสำรองที่เพิ่มขึ้นประมาณ 10-20 ล้านลิตร จากปัจจุบันที่บริษัทสำรองน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านลิตร

อย่างไรก็ตาม บริษัทยอมรับว่ามีความกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับความเสี่ยงจาก Stock Loss หากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงในอนาคต ขณะที่มีปริมาณสำรองอยู่ในระดับสูง ซึ่งผู้ประกอบการต้องมีการหารือร่วมกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 69)